
ศอฉ.เรียกนักการเมืองนักธุรกิจกว่าครึ่งร้อยโยงเสื้อแดงรายงานตัวราบ11พรุ่งนี้
ศอฉ.มอบหมายสุเทพสั่งการตำรวจจัดรถเครื่องขยายเสียงแจ้งเตือนประชาชนให้ออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์เพราะเสี่ยงภัยคุกคามต่อความปลอดภัย
ศอฉ.มอบหมายสุเทพสั่งการตำรวจจัดรถเครื่องขยายเสียงแจ้งเตือนประชาชนให้ออกจากพื้นที่แยกราชประสงค์เพราะเสี่ยงภัยคุกคามต่อความปลอดภัย
เมื่อเวลา 21.00 น. นายปณิธาน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมศอฉ.ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับผบ.เหล่าทัพว่าที่ได้มีมติออกคำสั่งภายใต้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีคำสั่งให้เรียกบุคคลจำนวนหนึ่งมารายงานตัวที่กรมทหารราบ11 รักษาพระองค์ในวันพรุ่งนี้เป็นไปต้นไป
"การเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นคำสั่งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยพิจารณาร่วมกันหลายฝ่ายแล้วเบื้องต้น เห็นว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า50-60 คน ซึ่งเป็นอีกกลุ่มบุคคลหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับหมายจับแกนนำนปช.จำนวน24 คนก่อนหน้านี้ โดยส่วนนี้จะมีนักการเมืองระดับสูงอดีตรัฐมนตรี นักธุรกิจ อาทิ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายพงศศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล พล.ต.อ.ชัจจ์ กุลดิลก เป็นต้น ซึ่งได้มีการส่งจดหมายไปถึงกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยตรงแล้วมีเวลาที่ชัดเจนให้มารายงานตัว ส่วนบางคนที่ไม่ได้อยู่ในกทม.จะให้ไปรายงานในตัวในพืนที่6แห่งทั่วประเทศวันพรุ่งนี้" นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า การประชุมของศอฉ.ยังได้มีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง สั่งการไปยังตำรวจ จัดรถเครื่องขยายเสียง แจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีบุคคลแฝงตัวเป็นภัยคุกคามต่อประชาชนจึงขอให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงมีการคืนพื้นที่ถนนราชดำเนิน และสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สภาพการจราจรได้กลับมาเป็นปกติแล้ว ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่มาจากต่างจังหวัดเดินทางกลับไปช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ก็ยังมีผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่งเดินทางไปสมทบที่สี่แยกราชประสงค์ ทำให้อาจมีปัญหาสภาพการจราจรตามา และนักธุรกิจในย่านดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลนำพาชีวิตให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติสุข โดยตำรวจจะเข้าไปจัดการเจรจาเพื่อหากทางออกที่เหมาะสมในการใช้พื้นที่ร่วมกันต่อไป.







