posttoday
ดีเอสไอกางข้อมูลล่าแก๊งซุเปอร์คาร์

ดีเอสไอกางข้อมูลล่าแก๊งซุเปอร์คาร์

04 มิถุนายน 2556

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

การตรวจสอบรถหรูจำนวน 6 คัน ที่เกิดเหตุไฟไหม้ใน จ.นครราชสีมา ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีความคืบหน้าเป็นลำดับ

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ดีเอสไอมีหลักฐานการนำเข้าและการครอบครองรถแลมโบร์กินีคันที่เกิดเหตุไฟไหม้ทั้งหมด โดยมีรายชื่อบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 18 ราย ซึ่งข้อมูลที่พบมีทั้งชื่อบริษัทที่แจ้งจดประกอบ คือ บริษัท ธรรมะ มอเตอร์ ริช ซึ่งมี พรพิมล เคหะฐาน เป็นผู้ประกอบการ

ผู้ซื้อเครื่องยนต์ระบุชื่อตามเอกสารชื่อ สุกัญญา สมบัติดี โดยมีบริษัท T.A.N.Express เป็นบริษัทนำเข้า นอกจากนี้ยังปรากฏชื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่สรรพสามิต และวิศวกรที่ออกเอกสารรับรองการติดตั้งถังก๊าซเข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารถยนต์อีก 6 คันที่เหลือน่าจะเกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีเช่นกัน

สำหรับข้อสังเกตเรื่องความเกี่ยวโยงกับบุตรชายนักการเมือง และมีการเผยแพร่ข้อความว่าดีเอสไอได้ระบุชัดเจนว่ามีบุตรชายนักการเมืองอยู่เบื้องหลังการนำเข้ารถหรู ธาริต ยืนยันว่า มีเพียงการรับทราบกระแสข่าว แต่ในทางพยานหลักฐานยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ที่สำคัญดีเอสไอไม่เคยระบุว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

อธิบดีดีเอสไอ อธิบายอีกว่า วิธีการนำเข้ารถหรูจะใช้วิธีแยกชิ้นส่วนเข้ามา เพราะจะทำให้เสียภาษีน้อยลงจาก 200% เหลือเพียง 30% พอนำชิ้นส่วนเข้ามาแล้วก็นำไปประกอบใหม่ พร้อมกับขอจดทะเบียนใหม่ที่เรียกว่าจดประกอบ แต่แท้จริงแล้วรถหรูเหล่านี้ถูกนำเข้ามาแบบสมบูรณ์ แค่ถอดชิ้นส่วนบางชิ้นออกเพื่อยื่นสำแดงภาษีเท่านั้น พอยื่นผ่านแล้วก็ประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้าที่เดิมแบบสมบูรณ์

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ฐานหลบเลี่ยงภาษี ระวางโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่าของภาษีรถ ส่วนผู้ครอบครองรถมีความผิดฐานรับซื้อรถผิดกฎหมาย แต่ต้องดูเจตนาเป็นหลัก และผู้ซื้อเหล่านี้สามารถยุติคดีอาญาได้ โดยต้องนำรถที่ซื้อกลับมาคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน

สำหรับจังหวัดที่มีการรับจดทะเบียนรถหรูมากที่สุด คือ นนทบุรี 2,253 คัน สระบุรี 1,048 คัน กรุงเทพมหานคร 891 คัน พระนครศรีอยุธยา 607 คัน ปราจีนบุรี 290 คัน นครปฐม 239 คัน อ่างทอง 236 คัน นครนายก 114 คัน ชลบุรี 54 คัน กาญจนบุรี 35 คัน ราชบุรี 27 คัน ศรีสะเกษ 19 คัน จันทบุรี 7 คัน อุบลราชธานี 5 คัน เชียงใหม่ 2 คัน อุตรดิตถ์ 2 คัน และนครพนม พัทลุง สงขลา สุพรรณบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 1 คัน

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ บอกว่า แม้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติห้ามไม่ให้มีรถจดประกอบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ออกประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ทำให้ยังพบว่ามีการนำชิ้นส่วนรถมาแจ้งจดประกอบในประเทศไทยอยู่

วันเดียวกัน พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 แถลงข่าวการตรวจยึดรถหรูในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ที่ไม่มีหลักฐานครอบครองสิทธิและเอกสารชำระภาษีที่ถูกต้อง รวมทั้งสิ้น 13 คัน ได้แก่ เมอร์เซเดสเบนซ์ 5 คัน บีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน โตโยต้า อัลพาร์ด 2 คัน รถนิสสัน คิวบ์ 3 คัน โฟล์ค รุ่นบีเทิลส์ 1 คัน

ด้าน เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ปฏิเสธว่า บุตรชายไม่เกี่ยวข้องกับรถหรูที่ถูกไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญบุตรชายเข้าสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว

“เลขทะเบียนรถ 2617 นั้น เป็นเลขทะเบียนรถในช่วงที่ลูกชายผมเพิ่งซื้อรถมาใหม่ ซึ่งเป็นทะเบียนป้ายแดง ต่อมาได้ขอเปลี่ยนเลขทะเบียนใหม่ ไม่ได้ใช้เลขทะเบียน 2617 อีก ขอยืนยันว่าได้เปลี่ยนเลขทะเบียนรถมาหลายปีแล้ว” เผดิมชัย ระบุ

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 (มอเตอร์เอ็กซ์โป) แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลน่าจะมีความเข้มงวดในการตรวจสอบ เพราะ ครม.เคยมีมติยกเลิกการอนุญาตจดทะเบียนแล้ว แต่กลับยังมีการหลบเลี่ยงอยู่ในต่างจังหวัด

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง