
ฟ้องได้แต่ต้องรอ
น่าสนใจไม่น้อยกับท่าที “ถวิล เปลี่ยนศรี” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งเตรียมยื่นคำร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีกับ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หากไม่แต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลคืนเก้าอี้
น่าสนใจไม่น้อยกับท่าที “ถวิล เปลี่ยนศรี” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งเตรียมยื่นคำร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีกับ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หากไม่แต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลคืนเก้าอี้
ประเด็นมีอยู่ว่าในเมื่อศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีคำสั่งออกมาเป็นที่สุดแล้วนายถวิลจะมีฟ้องได้อย่างไร ในเรื่องนี้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 66 เป็นบทบัญญัติที่รองรับการให้ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่การไต่สวนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ป.ป.ช. โดยไม่ได้มีกรอบเวลามาบังคับเหมือนกับกรณีที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และคณะ รวม 12 คน ได้ยื่นให้ ป.ป.ช.ไต่สวนทางอาญากับคณะรัฐมนตรีที่ได้ทำการตราร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศจำนวน 2 ล้านล้านบาท ทั้งที่ยังไม่มีความเห็นจากศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ ป.ป.ช.ก็ยังไม่ได้ดำเนินการไต่สวนแต่อย่างใด







