posttoday

ศึกหน้ากากขาว-แดงประทุเชื้อขัดแย้ง

04 มิถุนายน 2556

สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นหลัง “หน้ากากแดง” และ “หน้ากากขาว”

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นหลัง “หน้ากากแดง” และ “หน้ากากขาว” ตบเท้าออกมาชุมนุมพร้อมประกาศจุดยืนทางการเมืองของแต่ละฝั่ง แม้ประเดิมนัดแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจะจบลงแบบไม่มีการเผชิญหน้า หรือการปะทะ แต่แนวโน้มสุดท้ายคงหนีไม่พ้นที่จะจบลงด้วยความรุนแรง ในวันที่อุณหภูมิการเมืองกำลังไต่ระดับความร้อนแรง

การรวมตัวของมวลชนฝั่งหน้ากากขาว “กาย ฟอว์กส์” ต่อต้านรัฐบาล กว่า 500 คน ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อแสดงพลังต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” และปฏิเสธการบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ขยับรุกเดินหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง จากจุดกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์กมาพักหนึ่ง

จากการนัดหมายผ่านเฟซบุ๊ก “V for Thailand” เพื่อออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ เดินขบวน ถือป้ายข้อความประกาศเจตนารมณ์ว่า “ขณะนี้กองทัพประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว ข้าขอประกาศว่า ข้าจะล้มล้างระบอบทักษิณให้ออกจากประเทศไทย” และ “ล้มล้างระบอบชินวัตร” และตะโกนขับไล่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กำลังก่อตัวเป็นแรงกระเพื่อมเขย่าเสถียรภาพรัฐบาล

ถึงจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยจนสั่นคลอนรัฐนาวาเหมือนการชุมนุมครั้งอื่นๆ ที่มีคนเรือนพันเรือนหมื่น แต่ก็ใช่ว่ารัฐบาลจะประมาท และไม่สนใจใยดีมวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลรอบนี้

เมื่อมีข่าวแว่วว่า มีการสั่งการลับๆ จากรัฐบาลให้ติดตามว่าบุคคลภายใต้ “หน้ากากขาว” ที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้น เป็นใคร ทำอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ควบคู่ไปกับการสั่งให้กวดขันเว็บไซต์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีเนื้อหาปลุกระดม โจมตีต่อต้าน ขับไล่รัฐบาล

การเพิ่มแรงบีบ แรงกดดันเช่นนี้แทนที่จะเป็นการบีบไม่ให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหว แต่ยิ่งจะเป็นแรงบีบให้เกิดกระแสต่อต้าน และทำให้มวลชนออกมาชุมนุมกันมากยิ่งขึ้น

จับสัญญาณจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ แม้จะเปรียบเปรยการเคลื่อนไหวของหน้ากากขาวว่าเป็นเพียงแค่ “ลมพัดยอดหญ้า” ไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ท่าทีกลับดูจะให้ความสนใจการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ถึงขั้นลงไปติดตามการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง และออกมาฟันธงว่าหน้ากากขาวคือกลุ่มเสื้อเหลืองแปลงร่างมา

ลำพังการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวที่ระดมแสวงหาแนวร่วมในสังคมออนไลน์ ด้วยประเด็นความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ และไม่โปร่งใส ในการบริหาร เพื่อรอจังหวะออกมาเคลื่อนไหวเป็นครั้งคราว ก็น่าจะเป็นหอกข้างแคร่ให้รัฐบาลไม่อาจอยู่เป็นสุข

โดยเฉพาะหลังจากกลุ่มตรงข้ามระบอบทักษิณประกาศตัวเปิด “ไทยสปริง” ที่ “แก้วสรร อติโพธิ” อดีต คตส. หัวเรือใหญ่ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่คนที่สนับสนุนกลุ่มหน้ากากขาว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงจุดหมายปลายทาง ที่ทั้งไทยสปริงและหน้ากากขาวต่างต้องการเดินไปสู่จุดเดียวกัน

ยิ่งหากดูต้นแบบจาก “อาหรับ สปริง” การเคลื่อนไหวปลุกกระแสต่อต้านผ่านทางอินเทอร์เน็ต จนยกระดับเป็นการเคลื่อนไหวของมวลชนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในหลายประเทศ ย่อมทำให้รัฐบาลไม่อาจนิ่งนอนใจ

ทว่า ปัจจัยอันตรายเวลานี้กลับอยู่ที่กลุ่มหน้ากากแดงที่ประกาศชัดเจนว่าต่อต้านกลุ่มหน้ากากขาว โดยกลุ่มหน้ากากแดงก็จะดำเนินการคู่ขนานกันไป จนกว่าจะมีการยกเลิกใช้สัญลักษณ์หน้ากากขาว พร้อมออกตัวว่า หน้ากากแดงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม นปช. หรือมีเป้าหมายเพื่อปกป้องหนุนหลังรัฐบาลแต่อย่างใด

การปรากฏตัวของกลุ่ม “อุลตร้าแดง แดงสยิว” ประมาณ 50 คน ที่ออกมาชุมนุมคู่ขนานไปกับหน้ากากขาวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงถูกมองว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างฝั่งสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาล ที่จะเติมเชื้อความขัดแย้งให้ลุกลามบานปลายกว่าที่เป็น

เมื่อปฏิทินการเมืองนับจากนี้ เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ความวุ่นวายปั่นป่วนตามที่รัฐบาลประกาศจุดยืนของรัฐบาล เดินหน้าผลักดันวาระร้อนอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกำลังจะปลุกเชื้อความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม

เชื้อความขัดแย้งนี้ จึงมีแนวโน้มว่าจะถูกปลุกปั่นให้มวลชนแต่ละฝั่งออกมาชุมนุมและนำไปสู่การปะทะกันในที่สุด และนั่นจะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ปั่นป่วนกว่าที่เป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก