
ปชป.แฉมีคำสั่งไล่บี้กลุ่มหน้ากากขาว
"มัลลิกา" แฉมี คำสั่งไล่บี้ควานหาตัวบุคคลหน้ากากขาว "มาร์ค"แนะรัฐบาลควรดูที่ข้อเรียกร้องมากกว่ามุ่งปมล้มรัฐบาล
"มัลลิกา" แฉมี คำสั่งไล่บี้ควานหาตัวบุคคลหน้ากากขาว "มาร์ค"แนะรัฐบาลควรดูที่ข้อเรียกร้องมากกว่ามุ่งปมล้มรัฐบาล
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีการสั่งการจากเจ้าหน้าที่รัฐด้วยวาจา ให้ไปค้นหาบุคคลภายใต้หน้ากากขาวที่ออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่าเป็นใคร ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ซึ่งถือเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม เพราะการออกมาชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ในขณะที่ กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ กับกลุ่มประชาชนที่เข้าไปคุกคามเวทีปราศรัยของประชาธิปัตย์ แต่กลับไม่มีการห้ามปราม ทั้งที่พฤติกรรมต่างๆ หลายครั้งเป็นการกะทำความผิดต่อหน้าเจ้าพนักงาน
นอกจากนี้ ยังพบคำสั่งจาก กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้ไปสืบเสาะค้นและขจัด เว็บเพจทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่มีความคิดเห็นต่างและมีความเห็นแย้งหรือมีลักษณะการทำงานที่ตรวจสอบรัฐบาล ทั้งนี้ ถือเป็นการระทำที่ใช้กลไกอำนาจรัฐคุกคามประชาชน คล้ายรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
"ขอเตือนว่าหากนายกฯไม่อยากมีปรากฏการณ์เช่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ และถ้าคิดว่าตัวเองอยากจะมีแผ่นดินอยู่ ในประเทศไทย ก็ควรหยุดพฤติกรรมทั้งหมด เพราะหากประชาชนทนไม่ไหวก็อาจจะมีการรวมตัวกันมากขึ้น"น.ส.มัลลิกากล่าว
น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้คนที่มีอำนาจ และหน่วยงานราชการต่างๆ ใช้อำนาจตามกลไกที่มี ไม่ควรฟังหรือรับคำสั่งที่ไม่ชอบ ซึ่งทางพรรคกำลังดำเนินการตั้งวอร์รูม ร่วมมือในการติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่องและอาจจะให้แง่คิดแง่มุมกับประชานเพื่อขจัดความกลัว
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่อยากให้พรรคเพื่อไทย ประเมินว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาวประท้วงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเรื่องของคนหน้าเดิมที่จ้องล้มรัฐบาล แต่อยากให้ดูว่าการเรียกร้องเกิดขึ้นจากอะไร เพราะถ้ารัฐบาลไม่ไปยุ่งกับเรื่องที่เป็นปัญหากับบ้านเมือง ประเทศจะสงบ รัฐบาลจะมีเวลาในการแก้ปัญหาประเทศ แต่เมื่อนำเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี การนิรโทษกรรมขึ้นมา ก็เกิดความตึงเครียดขึ้น จนเดินผลเสียกับประเทศ
นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงว่ามีบางกลุ่มไปเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมซ้อนกับกลุ่มอื่น โดยไม่ยึดตามกรอบกฎหมาย จึงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่งหรือการปะทะกัน จึงเรียกร้องรัฐบาลให้มีจุดยืนที่ชัดเจน เช่นในเวทีผ่าความจริง ก็จะมีการรบกวนตลอดเวลา โดยนายกฯไม่เคยปรามผู้สนับสนุนของตัวเอง ทั้งที่คนกลุ่มนี้ไม่ได้แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ แต่ทำผิดกฎหมาย เช่นปิดถนน คุกคาม ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วยการค้นรถ รัฐบาลต้องจริงจังในการปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นฝ่ายไหน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีนายกฯไปกล่าวสุนทรพจน์ที่สภาของศรีลังกาว่ามีกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ต่างชาติเข้ามาจับตาประชาธิปไตยในไทยนั้น เป็นวิธีการเดิม ๆ ซึ่งนับวันพฤติกรรมในประเทศก็ฟ้องตัวเองมากกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากมีคนไปขัดขวางก่อกวนคุกคามการใช้สิทธิของคนอื่น







