
ดีเอสไอรับสอบรถหรูเป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอรับสอบรถหรูเป็นคดีพิเศษ พบเลี่ยงภาษีกว่า 5,000คันแฉลัมโบกินีที่ไฟไหม้เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว18นาย
ดีเอสไอรับสอบรถหรูเป็นคดีพิเศษ พบเลี่ยงภาษีกว่า 5,000คันแฉลัมโบกินีที่ไฟไหม้เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว18นาย
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค แถลงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบรถหรู จำนวน 6 คัน ที่เกิดเหตุไฟไหม้ระหว่างจอดอยู่บนรถเทรลเลอร์ ระหว่าง กม.36-37 ถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยนายธาริต กล่าวว่า ในวันนี้ ตนได้เซ็นคำสั่งรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานเลี่ยงภาษี หรือเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ศุลกากร ที่เป็นบัญชีแนบท้ายของดีเอสไอ ทำให้ตนในฐานะอธิบดีดีเอสไอ มีอำนาจสั่งการรับเป็นคดีพิเศษได้ โดยไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (คกพ.) โดยหลังจากนี้ จะประสานขอโอนสำนวนคดีการสอบสวนทั้งหมดจากสภ.กลางดง มาดำเนินการแทน โดยได้มอบหมายให้พ.ต.ท.กรวัชร์ ไปประสานการทำงานเพื่อเดินหน้าคดีทันที ซึ่งจากการประสานข้อมูลเบื้องต้นที่พบรถหรูยี่ห้อ ลัมโบกินี สีขาว 1 คัน เป็นรถหรูที่อยู่ในบัญชีเป้าหมายที่ดีเอสไอ ติดตามอยู่ โดยอยู่ในกลุ่มรถเตรียมนำไปจดประกอบซึ่งดีเอสไอพบว่ามีกว่า 1,000 คัน
นายธาริต กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการนำเข้ารถหรู พบว่า จะใช้วิธีแบบแยกชิ้นส่วนเข้ามาเพราะจะทำให้เสียภาษีน้อยลง จาก 200 เปอร์เซ็นต์ จะเหลือเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น พอนำชิ้นส่วนเข้ามาแล้วก็นำไปประกอบใหม่ พร้อมกับขอจดทะเบียนใหม่ที่เรียกว่าจดประกอบ แต่แท้จริงแล้วรถหรูเหล่านี้ถูกนำเข้ามาแบบสมบูรณ์ แค่ถอดชิ้นส่วนบางชิ้นออกเพื่อยื่นสำแดงภาษีเท่านั้น พอยื่นผ่านแล้วก็ประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้าที่เดิมแบบสมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ทางดีเอสไอ ได้เก็บข้อมูลและติดตามพฤติกรรมมานานกว่า 2 ปี โดยพบว่ามีรถยนต์หรูเลี่ยงภาษีที่นำไปจดทะเบียนแล้ว จำนวน 5,832 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ดีเอสไอ ยังมีข้อมูลของพื้นที่ที่พบการจดทะเบียนใน 21 จังหวัด โดยพบว่า ในจังหวัดศรีษะเกษ มีการจดทะเบียนแล้ว จำนวน 19 คัน ส่วนจังหวัดอื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบ และสำหรับรถลัมโบกินีคันที่ไฟไหม้ มีรายละเอียดการครอบครองและนำเข้าทั้งหมด โดยพบว่ามีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 18 คน นอกจากนี้ยังพบว่า มีเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ศุลกากร ขนส่งทางบก และวิศวกรตรวจสอบรับรองการติดตั้งถังก๊าซ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และยังเชื่อว่ารถหรูทั้ง 6 คัน น่าจะเกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีเช่นกัน พร้อมกันนี้พบว่ามีรถลัมโบกินี อีก 3 คัน ที่อยู่ในเป้าหมาย กำลังจะนำไปจดทะเบียน ซึ่งพบแล้ว 1 คัน คือคันที่เกิดเหตุไฟไหม้ และอยู่ระหว่างติดตามอีก 2 คัน
ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องดังกล่าวอาจมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เบื้องต้นจากการสืบสวนยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐาน เพียงแต่เชื่อว่าน่าจะมีนักการเมืองเกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะกลุ่มผู้ซื้อรถหรูจะเป็นนักการเมืองหรือนักธุรกิจที่มีฐานะ สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ฐานหลบเลี่ยงภาษี ระวางโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่าของภาษีรถ
ส่วนผู้ที่ซื้อรถมีความผิดเช่นกันฐานรับซื้อรถผิดกฎหมาย ซึ่งต้องดูเจตนาเป็นหลัก และผู้ซื้อเหล่านี้สามารถยุติคดีอาญาได้โดยต้องนำรถที่ซื้อกลับมาคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้จากข้อมูลของดีเอสไอพบว่ากลุ่มผู้ซื้อรถจะรู้ที่มาที่ไป และระบบของขบวนการเหล่านี้อยู่แล้ว เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงพอในการนำรถหรูแบบนี้มาประกอบเอง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เราไม่ได้รับคดีเข้ามาทำแบบเลื่อนลอยเรามีฐานข้อมูลรถหรูเลี่ยงภาษีทั้ง 5,832 คันนี้ ครบสามารถดำเนินการต่อได้ทันที
สำหรับจังหวัดที่มีการรับจดทะเบียนรถหรูมากที่สุด จากรายงาน พบว่า จ.นนทบุรี 2,253 คัน รองลงมา คือ สระบุรี 1048 คัน กทม. 891 คัน พระนครศรีอยุธยา 607 คัน ปราจีนบุรี 290 คัน นครปฐม 239 คัน อ่างทอง 236 คัน นครนายก 114 คัน ชลบุรี 54 คัน กาญจนบุรี 35 คัน ราชบุรี 27 คัน ศรีษะเกษ 19 คัน จันทบุรี 7 คัน อุบลราชธานี 5 คัน เชียงใหม่ 2 คัน อุตรดิตถ์ 2 คัน นครพนม พัทลุง สงขลา สุพรรณบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 1 คัน







