
ศึก"หน้ากาก" กลางกรุง
กลุ่มผู้สนับสนุนสองขั้วการเมือง ได้ใช้สัญลักษณ์หน้ากากมาเป็นกลยุทธ์ต่อสู้ โดยยึดพื้นที่ธุรกิจของกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเคลื่อนไหว โดยกลุ่มคัดค้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สวมหน้ากากขาวกาย ฟอว์กส์ หลายร้อยคน รวมตัวหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ช่วงบ่ายวันที่ 2 มิ.ย. ใช้พื้นที่สกายวอล์กเดินไปยังศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อประกาศจุดยืนต่อต้านระบอบเผด็จการรัฐสภา และคอร์รัปชัน โดยมีการชูป้ายข้อความและตะโกนต่อต้านระบอบทักษิณ
กลุ่มผู้สนับสนุนสองขั้วการเมือง ได้ใช้สัญลักษณ์หน้ากากมาเป็นกลยุทธ์ต่อสู้ โดยยึดพื้นที่ธุรกิจของกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเคลื่อนไหว โดยกลุ่มคัดค้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สวมหน้ากากขาวกาย ฟอว์กส์ หลายร้อยคน รวมตัวหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ช่วงบ่ายวันที่ 2 มิ.ย. ใช้พื้นที่สกายวอล์กเดินไปยังศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อประกาศจุดยืนต่อต้านระบอบเผด็จการรัฐสภา และคอร์รัปชัน โดยมีการชูป้ายข้อความและตะโกนต่อต้านระบอบทักษิณ
ระหว่างการเดินขบวน ได้มีการแจกจ่ายหน้ากากขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม จากนั้นทางผู้ชุมนุมได้ร้องเพลงปลุกใจและเพลงชาติไทย ก่อนจะเสร็จสิ้นการชุมนุมในเวลา 15.00 น. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 1 กองร้อย หรือ 150 คน
สำหรับกลุ่มหน้ากากขาว เป็นกลุ่มที่ไม่มีแกนนำ แต่เกิดจากการรวมตัวกันในสังคมออนไลน์ การแสดงจุดยืนครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนครั้งที่ 2 ภายหลังจากได้เดินขบวนไปครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ถนนสีลม
อีกด้าน กลุ่มอุลตร้าแดง แดงสยิว ประมาณ 20 คน สวมหน้ากากแดง นำโดย ปกรณ์ พรชีวางกูร ใช้สโลแกน “ปกป้องสถาบัน” นัดรวมตัวที่รถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม เวลา 17.00 น. โดยระบุว่า ขอเรียกร้องให้กลุ่มหน้ากากขาวเปลี่ยนสัญลักษณ์หน้ากากในการเคลื่อนไหว เพราะสัญลักษณ์หน้ากากขาว แสดงถึงการล้มสถาบันในยุโรป ดังนั้นจึงออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและคนเสื้อแดง
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเตือนกลุ่มหน้ากากขาวว่า หากมีการกล่าวหาพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ พรรคเพื่อไทยจะใช้สิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมาย
สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า การแสดงออกของขบวนการหน้ากากขาว เป็นไปอย่างสันติวิธี ที่จะปฏิเสธรัฐบาล แต่การจัดตั้งหน้ากากแดงขึ้นมาเพื่อปกป้องรัฐบาลนั้นเป็นการสร้างบรรยากาศการเผชิญหน้าขึ้น ซึ่งรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะต้องระมัดระวังไม่เติมเชื้อไฟความขัดแย้งจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง







