
ชงรัฐทบทวนโครงการนํ้า
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ พบนายกฯ 9 มิ.ย. ชง 4 ข้อเสนอทบทวนโครงการบริหารจัดการน้ำ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ พบนายกฯ 9 มิ.ย. ชง 4 ข้อเสนอทบทวนโครงการบริหารจัดการน้ำ
นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะเลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานวันที่ 9 มิ.ย.นี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ จะเสนอให้ทบทวนโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากวิตกเรื่องความไม่ชัดเจนของโครงการและผลกระทบที่จะเกิดกับภาคประชาชน ขณะที่รัฐไม่ได้เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเท่าที่ควร
ทั้งนี้ ได้สรุปข้อเสนอแนะ 4 ประเด็นที่ควรจะมีการพิจารณา ประกอบด้วย 1.โครงการดังกล่าวไม่เปิดกว้างให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม เนื่องจากไม่เปิดเผยรายละเอียดของโครงการให้รับทราบก่อน โดยเฉพาะแผนสร้างฟลัดเวย์ และการเวนคืนที่ดิน ที่อาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นรัฐบาลควรมีแผนแม่บท (มาสเตอร์แพลน) เพื่อให้รู้ล่วงหน้าว่าจะทำอะไรบ้าง
2.การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้งบประมาณทั้งหมดในคราวเดียว 3.5 แสนล้านบาท รัฐบาลอาจเริ่มจากการใช้งบประมาณเพียงแค่ 10-15% ของโครงการ หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาทก่อน โดยมีการประเมินประสิทธิภาพของโครงการ หลังจากนั้นจึงพิจารณาโครงการอื่นๆ เพื่อต่อยอดจากโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว เนื่องจากการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำต้องใช้เวลานานมาก จึงควรพิจารณาให้รอบคอบและดูสภาพของพื้นที่ไปด้วยน่าจะเหมาะสมกว่า
ขณะเดียวกัน ต้องย้อนมองการใช้งบน้ำท่วมที่ผ่านมา 1.2 แสนล้านบาท ว่านำไปดำเนินโครงการใดบ้าง และมีประสิทธิภาพเพียงใด
3.ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในปี 2554 ต้องยอมรับว่าสาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวของการบริหารจัดการของภาครัฐ เพราะไม่เคยมีศูนย์ปฏิบัติการแบบเบ็ดเสร็จ และไม่ได้เตรียมพร้อมกับการบริหารจัดการปริมาณน้ำจำนวนมาก ถ้ารัฐบาลมีการบริหารที่ดี รับทราบปริมาณการกักเก็บน้ำของเขื่อน และสามารถบริหารการระบายน้ำได้เหมาะสม คงไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ดังนั้นในโครงการ 3.5 แสนล้านบาท ควรจะมีการบริหารจัดการอยู่ด้วย และอาจไม่ต้องใช้เงินในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากก็ได้
4.การเลือกใช้รูปแบบดีไซน์แอนด์บิวท์ หรือสร้างไปออกแบบไปในขณะที่ไม่มีมาสเตอร์แพลนออกมา โดยให้ผู้รับเหมาออกแบบและสร้างตามแบบที่กำหนดนั้น ต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่มีต่อประชาชนด้วย เนื่องจากในด้านธุรกิจ การก่อสร้างแต่ละโครงการต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าการลงทุนเป็นอันดับแรก และอาจละเลยเรื่องผลที่จะเกิดต่อปัจจัยแวดล้อมต่างๆ
“จะเสนอนายกฯ ขอให้ทบทวนกระบวนการที่เดินหน้าไปแล้ว และควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่านี้ ต้องดูว่าจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าโครงการอย่างรีบเร่งหรือไม่ รวมถึงการใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ ที่ผ่านมาทางองค์กรได้รับการร้องเรียนและแสดงความเป็นห่วงต่อโครงการนี้อย่างมากจากการตรวจสอบมีผู้ที่เสนอความเห็นผ่านเว็บไซต์ 4 ล้านแฟนเพจแล้ว จึงต้องการให้รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ด้วย เพื่อให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพและสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำได้จริง”นายวิชัย กล่าว







