
กอ.รมน.เผยปล้นธนาคารปัตตานีเชื่อมเหตุใต้
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยคนร้ายปล้นธนาคารที่ปัตตานี เชื่อมโยงกลุ่มก่อเหตุรุนแรง
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยคนร้ายปล้นธนาคารที่ปัตตานี เชื่อมโยงกลุ่มก่อเหตุรุนแรง
ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้ายปล้นธนาคารกสิกรไทย สาขาปาลัส อ.อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และราษฎรได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ใกล้กันพบอาวุธปืน พกสั้น ขนาด 9 มิลลิเมตร 1 กระบอก จักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ปิคอัพ 1 คัน พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบตามเส้นทางเพื่อป้องกันการไล่ติดตามของเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้รถของชาวบ้านที่สัญจรไปมาได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บทั้ง 2ฝ่าย กับทั้งขอชื่นชมในวีรกรรมอันกล้าหาญของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และจากการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ คนร้ายที่เสียชีวิต คือ นายมะตอเห มุสลิมิน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.กะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นญาติกับนายรอฟีอี มุสลิมิน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน ส่วนอาวุธปืนพกสั้น ตรวจสอบแล้ว หมายเลข กข 54295703 ซึ่งผู้ครอบครองคือ นายมะยูโซ๊ะ ดอเลาะ อายุ 55 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งถูกคนร้าย ยิงเสียชีวิต ณ หน้ามัสยิดบ้านปะนาเระ เมื่อ 3 สิงหาคม 55” พันเอกปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับรถยนต์ปิคอัพ ยี่ห้อ มาสด้า 4ประตู สีน้ำตาล ทะเบียน กข 7968 ปัตตานี ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งถูกยิงล้อยางแตกทั้ง 4 ล้อ จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ภายในรถยนต์พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวนหนึ่ง และพบกองเลือดจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 8พฤษภาคม 56 ทะเบียนเดิม กข 5193 ปัตตานี
“การกระทำดังกล่าวทำให้สังคมมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น เพราะนอกจากจะสร้างสถานการณ์ความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน รวมทั้งการเป็นอาชญากรปล้นธนาคารในครั้งนี้อีกด้วย การใช้มาตรการทางกฎหมาย และการเข้าจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อนอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs), ภาคประชาสังคม, กลุ่มเครือข่ายต่างๆ, ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันประณาม และแสดงพลังบริสุทธิ์ต่อต้านการใช้ความรุนแรงของ ผู้ก่อเหตุรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อนำพาสันติสุข ที่ทุกคนใฝ่หากลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป” พันเอกปราโมทย์ กล่าว







