posttoday
ประสบการณ์ธุรกิจ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

ประสบการณ์ธุรกิจ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

01 มิถุนายน 2556

การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทย เพราะการขาดวิสัยทัศน์และความโปร่งใสของการบริหารจัดการของรัฐ

การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทย เพราะการขาดวิสัยทัศน์และความโปร่งใสของการบริหารจัดการของรัฐ เช่น ความล่าช้าของการขยายสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ความล้าหลังของระบบการขนส่งทางรถไฟ และความล่าช้าของการนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยของโทรคมนาคมมาใช้ในระยะต่อๆ มา ไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นมูลค่าได้

ประเทศไทยน่าจะเจริญกว่านี้มากมาย ถ้าผู้บริหารประเทศมองไกล ใจเป็นธรรม และปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาสม่ำเสมอ

จากธุรกิจทางโทรคมนาคมแล้ว บริษัท ค้าสากลซิเมนต์ไทย (เอสซีจีเทรดดิ้ง) และไออีซี ยังร่วมมือกันขยายธุรกิจทางกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์อีกด้วย

ยุคนั้นการพัฒนาคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เพราะการค้นพบชิป (Chips) ซึ่งมีความเร็วสูงขนาดเล็ก ทำให้คอมพิวเตอร์ที่เดิมมีขนาดใหญ่โตเล็กลงมาก เริ่มมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ระบบเล็กที่เรียกว่ามินิ (Mini) คอมพิวเตอร์ และต่อมาด้วยขนาดตั้งโต๊ะ หรือที่รู้จักกันว่าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัว (PC) และในที่สุดเล็กลงจนเป็นขนาดหนังสือ หรือที่เรียกว่า โน้ตบุ๊ก (Notebook) และต่อมาเป็นขนาดแท็บเล็ต เช่น ไอแพดในปัจจุบัน

บริษัทสำคัญๆ ที่อยู่ในวงการคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ไอบีเอ็มที่ครองตลาดคอม พิวเตอร์ขนาดใหญ่ บริษัท ดิจิทอล อีควิปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (DEC) ขนาดมินิ และแอปเปิลผู้บุกเบิกตลาดพีซี หลังจากนั้นวงการนี้เปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปตามหลักทฤษฎีของนายกอร์ดอน อี มัว (Gordon E. Moore) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อินเทล (Intel) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก นายมัว (Moore) ได้กล่าวไว้ว่า ความเร็วของชิปนี้จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ สองปี และความจริงก็เป็นเช่นนั้นมาตลอด

จนคำกล่าวนี้จึงกลายเป็น “ทฤษฎีนายมัว” หรือ “Moore’s Law” ในปัจจุบัน

ในช่วงที่มินิคอมพิวเตอร์และพีซีกำลังรุ่งเรือง เป็นที่นิยมแพร่หลาย เรามีส่วนร่วมมือกับบริษัท ดิจิทอล อีควิปเม้นต์ (DEC) ในการจำหน่ายเครื่องมินิ และร่วมมือกับบริษัท ไอบีเอ็ม ในการจำหน่ายพีซี ระยะนั้น DEC กำลังเป็นดาวรุ่ง เพราะมีแนวโน้มว่าธุรกิจต่างๆ จะหันมาใช้เครื่องขนาดเล็กที่มีความสามารถสูงและคล่องตัวกว่าเมนเฟรม (Main Frame) ที่ไอบีเอ็มเป็นเจ้ายุทธจักรอยู่

ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานแสดงสินค้าเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ของ DEC ที่จัดขึ้นที่เมืองคานส์ (Cannes) ทางใต้ของฝรั่งเศสติดกับเมืองนีซ (Nice) และมอนติคาโล (Monte Carlo) ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1985

งานนั้นจัดใหญ่โตมโหฬาร ค่าใช้จ่ายทุ่มไปหลายล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ และอนาคตอันสดใส แต่ต่อมาไม่นาน บริษัท DEC ตามเทคโนโลยีและแนวโน้มตลาดไม่ทัน ปรับตัวช้าไป ธุรกิจถดถอยและถูกบริษัทอื่นซื้อกิจการไปในที่สุด

จบประวัติศาสตร์ไปอีกบทหนึ่ง

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ และต่อๆ ไปในอนาคต เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์สื่อสารและบันเทิงจะรวมเข้ามาหากันและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ใครตามไม่ทันก็ต้องล้มหายตายจากไป ไม่มีผู้นำที่ถาวรและอยู่ยงคงกระพันได้ตลอดไป แม้กระทั่งบริษัทดังๆ เช่น อินเทล ไมโครซอฟท์ โนเกีย และแอปเปิล อาจสูญหายไปจากสารบบได้ถ้าผู้นำมองแนวโน้มอนาคตผิดพลาด

หลังจากได้เข้าบริหารไออีซีได้ระยะหนึ่ง มีโอกาสขยายกิจการและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้บริษัทในกลุ่ม โดยการซื้อกิจการบริษัท แพน ซัพพลายส์ (PAN Supplies) จากคุณบุญเกื้อ เหล่าวานิช บริษัท แพน ซัพพลายส์ เป็นตัวแทนขายรถขุดของฮิตาชิ (Hitachi) และรถเครนขนาดใหญ่ของบริษัท ทาดาโน (TADANO) จากญี่ปุ่น ทำให้กลุ่มเครื่องจักรกลหนักมีสินค้าสมบูรณ์ทุกชนิดสำหรับธุรกิจก่อสร้าง ภายหลังได้เปิดโอกาสให้บริษัท ฮิตาชิ เข้าร่วมทุนในบริษัท แพน ซัพพลายส์ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นสยามฮิตาชิ (Siam Hitachi) มาจนถึงปัจจุบัน เป็นการเริ่มการทำงานกับคนญี่ปุ่นในฐานะคู่ค้าและผู้ร่วมทุนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นอีกมากมาย

ในปี 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศไทย ธุรกิจต่างๆ ต้องมีการปรับตัวอย่างเร่งด่วน ปูนซิเมนต์ไทยก็ถูกผลกระทบจากวิกฤตนี้เช่นกัน และตัดสินใจขายกิจการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทออกไป บริษัท ไออีซีเป็นหนึ่งในหลายๆ บริษัทที่ปูนซิเมนต์ไทยถอยออกมา

ผมเจรจาขายบริษัทไออีซีให้กับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งต่อมาได้นำบริษัทนี้เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อดำเนินการต่อ

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท