
ขบวนการรถซูเปอร์คาร์
ข่าวเรื่องไฟไหม้รถหรู 4 คัน บนถนนมิตรภาพ แต่จนบัดนี้ยังหาตัวเจ้าของรถไม่เจอ
ข่าวเรื่องไฟไหม้รถหรู 4 คัน บนถนนมิตรภาพ แต่จนบัดนี้ยังหาตัวเจ้าของรถไม่เจอ กลายเป็นเรื่องที่สังคมกำลังติดตามว่า รถซูเปอร์คาร์ราคาร่วม 100 ล้านบาทนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร และใครคือเจ้าของ
ผู้บริหารกรมศุลกากรให้ข้อมูลว่า รถหรูทั้ง 6 คัน เป็นรถจดประกอบที่มีการนำอะไหล่รถยนต์มาผ่าครึ่งโดยไม่ตัดแชสซี บางคันถอดแค่ล้อ ประตูและฝากระโปรง เพื่อหลีกเลี่ยงระเบียบกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2549 ที่ห้ามนำเข้ารถยนต์มือสองจากต่างประเทศทั้งคัน
จากนั้นก็สำแดงการนำเข้าต่อศุลกากรว่านำเข้าอะไหล่รถยนต์เพื่อจ่ายภาษีราคาถูก เพราะเป็นคนละประเภทกับการนำเข้ารถทั้งคัน โดยออกใบอินวอยซ์ในรูปแบบนำเข้าของหลายบริษัท ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ
จากนั้นจะนำรถมาประกอบขึ้นเป็นคัน และนำไปประเมินเสียภาษีสรรพสามิตในราคาหน้าโรงงาน ภาษีจึงถูกกว่ารถนำเข้าที่เสียภาษีราว 200%
เมื่อเสียภาษีเสร็จก็จะนำรถไปเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงด้วยการจดทะเบียนเป็นใช้แก๊ส โดยแจ้งว่าเป็นรถใช้พลังงานทดแทนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจมาตรฐาน สมอ. ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนรถใช้พลังงานทดแทน
ขั้นตอนสุดท้าย ผู้นำเข้ารถก็นำรถและเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอทะเบียน ได้ป้ายแดงอย่างถูกต้องที่ขนส่งตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะ จ.จันทบุรี ตราด ชลบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี
หลังจากนั้นไม่นาน รถยนต์เหล่านี้จะแจ้งต่อกรมการขนส่งทางบก ขอเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเหมือนเช่นเดิม และจะล้างเล่มทะเบียนรถยนต์ที่ระบุประเภทเชื้อเพลิงของรถ ด้วยการแจ้งเล่มหายและขอทำใหม่ ไม่ให้หลงเหลือร่องรอยว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้วิธีการจดประกอบ ก่อนขอย้ายทะเบียนรถยนต์เข้ากรุงเทพฯ เพื่อจำหน่ายในท้องตลาด
แต่มาพลาดเพราะสรรพสามิตตรวจเข้มในปริมณฑล จึงหนีไปไกลถึงศรีสะเกษและถูกไฟไหม้เสียก่อน







