
ศาลยันคดีช่างภาพอิตาลีพิจารณาตามหลักฐาน
ศาลอาญากรุงเทพใต้ แถลงยืนยันคำสั่งชี้เหตุตายช่างภาพอิตาลี “ฟาบิโอ” พิจารณาตามหลักฐาน
ศาลอาญากรุงเทพใต้ แถลงยืนยันคำสั่งชี้เหตุตายช่างภาพอิตาลี “ฟาบิโอ” พิจารณาตามหลักฐาน
นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ แถลงกรณีปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับการวิจารณ์คำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่19 พ.ค.53 ซึ่งญาติและทนายความได้แถลงข่าวสมาคมผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศว่า ตนได้อ่านข่าวจากสื่อมวลชนแล้วพบว่ามีการสัมภาษณ์วิจารณ์คำสั่งศาลว่าไม่มีความชัดเจนและศาลไม่มีการนำคลิปวีดีโอที่ญาติผู้ตายระบุว่าบันทึกภาพนายฟาบิโอขณะเสียชีวิตไว้ได้มาพิจารณานั้น
ข้อเท็จจริงยืนยันว่า ศาลได้รับพยานและหลักฐานจากผู้ร้องไว้ทั้งหมด แต่ในคลิปก็ไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่มีการอ้างแต่อย่างใด ขณะที่การมีคำสั่งของศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีและหลักเหตุผลไม่ได้มีการนำความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน ซึ่งการพิจารณาของศาลก็จะทำคำสั่งระบุว่า ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน ตายเมื่อไหร่ เหตุและพฤติการณ์ที่ตายเป็นอย่างไร เพียงเท่านั้น
ส่วนที่คำสั่งไม่มีการระบุว่าทหารหรือชี้ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้ยิงนายฟาบิโอนั้น เพราะไม่มีพยานที่มองเห็นว่าทหารผู้ใดเป็นผู้ยิง ถ้ามีหลักฐานชัดเจนว่ามีทหารยศใด ชื่อใด หรือนาย ก. ผู้ใดเป็นคนยิง ศาลก็ย่อมระบุชัดในสำนวนได้ แต่ในการสืบพยานก็ไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยานที่ระบุได้ถึงขนาดนั้น กรณีจึงได้แต่สันนิษฐานว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศทางใดเท่านั้น
“หากศาลไม่ได้รับพยานหลักฐาน ตามที่กล่าวอ้างมาจริง อัยการผู้ร้องย่อมต้องมีการคัดค้าน และที่ต้องออกมาชี้แจง เพราะยังมีคดีที่ต้องไต่สวนชันสูตรพลิกศพอีกหลายสำนวน ถ้าไม่ชี้แจง ให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน อีกหน่อยจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ได้” อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องคำสั่งที่จะทำให้ศาลเสียหายหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า คงไม่ทำขนาดนั้น ที่มาชี้แจงเพราะห่วงอาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจในสำนวน ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเพราะผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามล้วงลึกลงไปจนญาติผู้เสียหายที่ไม่เข้าใจกระบวนการ รู้สึกว่าศาลไม่ได้ชี้ชัดว่าใครเป็นผู้กระทำด้วย แต่อย่างไรก็ดีตามกฎหมายถ้ามีการกระทำผิดละเมิดอำนาจศาล ก็มีโทษจำคุกถึง 6 เดือนและปรับ 500 บาท
ส่วนกรณีที่อาจมีกลุ่มนำคำสั่งของศาลไปวิพากษ์วิจารณ์หรือยุยงปลุกปั่นนั้น นายอุดม กล่าวว่า การพูดถึงคำพิพากษาหรือมีความเห็นทางวิชาการย่อมกระทำได้ แต่หากนำสำนวนคำสั่งศาลไปต่อเติม ก็จะพิจารณาดูอีกที







