
ปชป.โวยสภาหั่นโควตา กมธ.แปรญัตติงบปี 57
ปชป.โวยสภาหั่นโควตา กมธ.แปรญัตติงบประมาณปี 57 อัดสส.ภูมิใจไทยข้ามห้วยนั่งกมธ.เพื่อไทย จ่อยื่นศาลรธน.ตีความ
ปชป.โวยสภาหั่นโควตา กมธ.แปรญัตติงบประมาณปี 57 อัดสส.ภูมิใจไทยข้ามห้วยนั่งกมธ.เพื่อไทย จ่อยื่นศาลรธน.ตีความ
เวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี สส.สมุทรสงคราม และนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงตอบโต้การทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ภายหลังการประชุมสภามีการลดจำนวนคณะกรรมาธิการในโควตาสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ
นายบุญยอด กล่าวว่า หากเทียบสัดส่วน สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ในปีงบประมาณ 2556 พรรคมีสส. 159 คนได้สัดส่วนโควตาในคณะกรรมาธิการ 16 คน แต่ปีนี้พรรคมี สส.เพิ่มมากขึ้นเป็น 160 คน แต่กลับได้สัดส่วนกรรมาธิการลดลงเหลือเพียง 15 คน เมื่อสอบถามไปยังนายวิสุทธิ์กลับยืนยันว่า ได้มีการพูดคุยร่วมกันเเล้วให้สัดส่วนที่ปรับลดของพรรคประชาธิปัตย์ลง 1 คนไปให้กับพรรคเล็ก โดย จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สส.รักสันติ เป็นกรรมาธิการในส่วนพรรคเล็ก
นายบุญยอด กล่าวต่อว่า สัดส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยจำนวน 25 คนที่ได้เสนอชื่อนางนันทนา สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน แต่กลับได้ที่นั่งในโควตาของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลนั้น ถึงแม้ให้เหตุผลว่าเป็นการตกลงส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย แต่การนั่งคณะกรรมาธิการข้ามพรรคเช่นนี้เท่ากับลดทอนความเข้มแข็งของพรรคการเมือง และเดิมมีข้อครหาว่า สส.ขายตัวข้ามพรรคอยู่แล้ว เชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า นางนันทนาต้องย้ายพรรคไปสังกัดพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่ขณะนี้ยังเป็นฝ่ายค้าน หากต้องการนั่งคณะกรรมาธิการโควตารัฐบาล ควรลาออกจากพรรคภูมิใจไทยก่อน
ขณะที่ น.ส.รังสิมา กล่าวยืนยันว่า การเสนอชื่อของสส.ข้ามพรรคเพื่อเป็นคณะกรรมาธิการผิดข้อบังคับการประชุมข้อที่ 83 ที่ระบุว่าสัดส่วนของกรรมาธิการแต่ละพรรคต้องเสนอรายชื่อกรรมาธิการในส่วนของพรรคที่ตนเองสังกัด ไม่ใช่เสนอข้ามพรรค ถือเป็นความตั้งใจที่จะทำให้ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในมาตรา 135 ทั้งนี้จะมีการหารือกับฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป และหากผิดจริงขอท้าให้นายวิสุทธิ์ที่กล่าวในที่ประชุมว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบให้ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ และต้องรับผิดชอบผลพวงที่จะตามมาจากากรใช้กฎหมายงบประมาณปี 57 ด้วย







