
ยุติศึกเล็กเฉพาะหน้า เป้าใหญ่ยังค้ำคอ
8...ทีมข่าวการเมือง
ยังไม่เห็นรูแสงสว่างจากความมืดมิดหลัง
“วิกฤต 10 เมษา”ล่าสุด แกนนำเสื้อแดงปรับแผนใหม่ ยุบทิ้งเวทีผ่านฟ้าลีลาศ ที่ปักหลักขับไล่รัฐบาลมาตั้งแต่ 12 มี.ค. ไปรวมจุดเดียวที่ราชประสงค์
ยกระดับกดดันรัฐบาล ขยายพื้นที่ปิดถนนเพิ่ม หนนี้กระจายสี่ทิศ อ้อมซ้ายอ้อมขวา เลื้อยมาหน้าสยามพารากอน แพลทินัม ประตูน้ำคอมเพล็กซ์ เซ็นทรัล ชิดลม ฯลฯ
ไม่เฉพาะกลุ่มทุนแยกราชประสงค์ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ไปก่อนหน้า ครั้งนี้ลามไปยังกลุ่มธุรกิจย่านเพลินจิต ปทุมวัน ศาลาแดง ที่แกนนำจับเป็นตัวประกันเพื่อให้ส่งเสียงกดดันรัฐบาลยุบสภา
เพราะยิ่งนานวัน ถ้ายังไร้ทางออก ประเทศก็ยิ่งได้รับผลกระทบหนักหน่วง ระดับน้องๆ ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
รัฐบาลเองก็ยังมืดมน!!!
ซีกรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำประเทศ หายตัวปล่อยให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เล่นบทแทน ประกาศกร้าวต้องเค้นตัว
“กลุ่มผู้ก่อการร้าย” ในม็อบแดงมาเอาผิดให้ได้ผู้จัดการรัฐบาลอย่าง สุเทพ ผ่าทางตันได้แค่ลดเวลายุบสภาสิ้นปี หรือ 9 เดือน เป็น 6 เดือน
ท่าทีประชาธิปัตย์ยอมเจรจากับเสื้อแดงได้ แต่คำตอบไม่หนีอย่างอื่น คืออยู่ 6 เดือนตามมติพรรคร่วมรัฐบาล
ท่ามกลางความอึมครึม ม็อบคนกรุงต้านเสื้อแดงปรากฏความอึดอัดให้เห็น ผู้คนออกมาสนับสนุนการทำหน้าที่ของทหาร และมอบเงินช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากันคับคั่ง
พร้อมกับนัดแสดงพลังต้านเสื้อแดงต่อเนื่อง
บรรยากาศความขัดแย้งนี้ หลายฝ่ายวิตกว่า ถ้าบ้านเมืองยังคุมกันไม่อยู่ ม็อบชมพูขยับ ก็อาจเกิดการเผชิญหน้ากับม็อบแดง จนกระตุ้นให้
“อำนาจนอกระบบ” เข้ามาผ่าทางตันอีกครั้ง5 พรรคร่วมรัฐบาลที่เหนียวแน่นเหมือนตังเม พยายามปลดล็อกวิกฤต เมื่อ
“บรรหาร ศิลปอาชา” อาสาเป็นตัวกลางเจรจากับหัวขบวนแดง “ทักษิณ ชินวัตร”พร้อมเสนอให้ผู้ใหญ่ในประชาธิปัตย์ “ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน” สุมหัวกัน อย่าปล่อยให้อภิสิทธิ์หัวเดียวกระเทียมลีบอีกด้าน
“ชุมพล ศิลปอาชา” น้องชายบิ๊กเติ้ง หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เสนอสูตรแก้วิกฤตที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องได้ประโยชน์ก่อน คือ ให้พรรคประชาธิปัตย์เร่งเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตเล็กก่อนแล้วถึงยุบสภา ถ้าเสื้อแดงค้านก็ไม่ต้องฟังการดิ้นหาทางออกของกลุ่มพลังต่างๆ ในสังคม ยังต้องการให้รัฐบาลและเสื้อแดงเปิดการเจรจาทุกช่องทางเพื่อหาข้อยุติว่าจะยุบสภาใน 15 วัน 3 เดือน หรือ 6 เดือน ให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ภาวะไร้ขื่อแปที่คนเสื้อแดงอารมณ์เดือดพล่านไม่มีทางยอมเปิดเจรจาง่ายๆ
บทพระเอก
“สองขั้ว” ของบรรหารที่เตรียมต่อสาย หรือบินไปดูไบหาทักษิณ ในฐานะคนร่วมทุกข์ร่วมสุข ตั้งแต่ร่วมรัฐบาลไทยรักไทย และพลังประชาชน แม้แต่ทักษิณก็ยังต่อสายถึง “บิ๊กเติ้ง” ให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีใครเชื่อว่าทักษิณจะยอมใจอ่อนกับบรรหาร เพื่อให้ม็อบแดงยุติศึก กลับบ้านไปพักผ่อนก่อน แม้ว่าบรรหารพร้อมร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยครั้งหน้า
เพราะทักษิณเองลงแรงกับม็อบแดงครั้งนี้มาก ถึงขนาดโฟนอินเข้าวอร์รูมเสื้อแดงและเพื่อไทยกำหนดยุทธวิธี
“รุกรับ” ระหว่างการรบกับรัฐบาลทักษิณเองก็เห็นชัยชนะอยู่แค่เอื้อมว่า หากมีการเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผลพวงวิกฤต 10 เมษา น่าจะหนุนส่งให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลายแน่
ความหวังดีของบิ๊กเติ้งที่จะเจรจากับทักษิณจึงถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ว่าคำสัญญาใจพร้อมตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทยหลังเลือกตั้ง
หรือกระทั่งการถูกทักษิณตลบหลัง ชวนให้ถอนตัวจากรัฐบาลประชาธิปัตย์เพื่อกดดันให้เกิดการยุบสภา
ทว่า ปัญหาใหญ่ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงมากกว่าเรื่อง
“เจรจาไม่เจรจา” คือเป้าหมายที่แท้จริงของเสื้อแดงที่บอกจะสร้าง “รัฐไทยใหม่” คืออะไรกันแน่“
สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วิเคราะห์ว่า เสื้อแดงมีหลายเฉด แดงเข้มที่สุดก็คือ แดงสยามที่ต้องการไปไกลถึงระบอบสาธารณรัฐ แต่แดงอย่างอ่อนลงมาก็ต้องการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น“
โครงสร้างรัฐไทยใหม่ในความหมายของคนเสื้อแดงยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากวาทกรรมนี้มีมานานก่อนการชุมนุมแล้ว แต่ถ้าจะให้คาดเดาความหมายน่าจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและความสัมพันธ์ทางอำนาจของประเทศครั้งใหญ่”นี่ทำให้การต่อสู้ของคนเสื้อแดงมีนัยลึกซึ้ง ไม่ได้มีเป้าแค่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เพราะแกนนำเสื้อแดงอย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ประกาศว่า นั่นเป็นแค่หลักกิโลเมตรแรกเท่านั้น
แล้วหลักกิโลเมตรต่อไป คืออะไร...?
หรือที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศผ่านเวทีเจรจากับอภิสิทธิ์ต่อหน้าประชาชนทั่วประเทศว่า ถ้าเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง ก็จะแก้รัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ ประเด็นเรื่อง
“ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”หลักกิโลเมตรของเสื้อแดงจะสิ้นสุดแค่ไหน หลายคนจับตาไม่กะพริบ ?!?
สงครามครั้งนี้จึงยืดเยื้อบนความหวาดกลัวที่ไม่สิ้นสุด...







