
จับเมียชาวญี่ปุ่นควงกิ๊กฉกทรัพย์เกือบ2.4ล.
ตำรวจกาญจน์จับเมียสาวชาวญี่ปุ่นควงกิ๊กพร้อมพวกย่องฉกทรัพย์ร้านจิวเวลรี่เกือบ 2.4 ล้านบาท
ตำรวจกาญจน์จับเมียสาวชาวญี่ปุ่นควงกิ๊กพร้อมพวกย่องฉกทรัพย์ร้านจิวเวลรี่เกือบ 2.4 ล้านบาท
พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี แถลงผลจับกุมนางวรเนตร หรือนิด โคบายาชิ นายสุรศักดิ์ หรือเหน่ง คงธาร นายรุ่งอรุณ หรือโอจั๊ว นุ่มวัฒนา นายกาญจน์ หรือเก่ง ธงทอง และ นายราเมศ หรือนุ้ย ตันประทุมวงษ์ พร้อมของกลางเป็นจิวเวลรี่ และเครื่องประดับข้อมือทองคำ รวมทั้งอัญมณีต่างๆ จำนวน 454 ชิ้น มูลค่า 2,398,550 บาท โดยมีนางจิรภา และนายอานนท์ จุลขันธ์ สองแม่ลูกเจ้าของร้าน จิรภา จิวเวลรี่ ผู้เสียหายเดินทางมาตรวจสอบทรัพย์และชี้ตัวผู้ต้องหา
พล.ต.ต.กมลสันติ กล่าวว่า นายอานนท์ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้เข้าไปลักทรัพย์ภายในร้าน จิรภา จิวเวลรี่ เลขที่ 15/1 หมู่ 8 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งด้ทรัพย์สินประเภทอัญมณีไปเป็นจำนวนมาก พร้อมชี้เบาะแสกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านของ นางวรเนตร หรือนิด โคบายาชิ ภรรยาสาวชาวญี่ปุ่น พบของกลางจำนวน 10 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงคุมตัวมาสอบสวนขยายผลจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด รวม 5 ราย พร้อมยึดทรัพย์ทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้แก่เจ้าของ โดยทรัพย์สินยังไม่ถูกนำไปจำหน่ายต่อแต่อย่างใด
พ.ต.อ.พงษ์กร กล่าวว่า สำหรับนางวรเนตร ผู้ต้องหาที่ 1 มีสามีเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ต่อมาได้มาคบหาอยู่กับนายสุรศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ในข้อหายาเสพติด อีกทั้งบ้านอยู่ติดกับบ้านของผู้เสียหาย และรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 5 คนจึงได้วางแผนร่วมกันเพื่อที่จะก่อเหตุลักทรัพย์ในร้านจิวเวลรี่ดังกล่าว โดยรอจังหวะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่แล้วปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้าน เปิดฝ่าเพดานออก จากนั้นจึงโรยตัวลงมา และลงมือขโมยเอาทรัพย์สินทั้งหมดไป
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ต้องการเงินไปใช้หนี้และซื้อยามาเสพ พร้อมทั้งนำเงินไปเที่ยวเตร่ จึงได้ร่วมกันวางแผนที่จะเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้านจิวเวลรี่ดังกล่าว เพราะทราบดีว่าเจ้าของร้านมักจะนำอัญมณีไปโชว์ตามงานแสดงสินค้าในพื้นที่ต่างๆ พอได้โอกาสที่เจ้าของร้านไม่อยู่ จึงได้ลงมือก่อเหตุ และนำทรัพย์สินมาแบ่งกัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำไปขายให้กับใคร จึงเก็บเอาไว้ภายในบ้าน แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด
ด้าน นายอานนท์ เผยว่า วันเกิดเหตุตนและครอบครัวไม่อยู่บ้านเนื่องจากนำอัญมณีไปแสดงในงานสินค้าโอท็อประดับ 5 ดาว ที่เมืองทองธานี เมื่อกลับมาที่ร้านก็พบว่าอัญมณีที่เก็บไว้ในตู้โชว์รวมทั้งที่เก็บเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางทั้งหมดหายไป จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี สำหรับอัญมณีที่ถูกขโมยไปมีราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1 หมื่นบาท และแพงที่สุดอยู่ที่ 2 แสนบาท เลยทีเดียว







