posttoday
รณรงค์ลดบุหรี่เหลว

รณรงค์ลดบุหรี่เหลว

31 พฤษภาคม 2556

เวียนมาถึงวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. ที่องค์การอนามัยโลกจัดรณรงค์ขึ้นทุกปีอีกครั้ง โดยในปีนี้ได้ให้คำขวัญว่า ไม่ใช้ ไม่รับ ไม่สนับสนุนโฆษณายาสูบร้าย ทำลายชีวิต

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

เวียนมาถึงวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. ที่องค์การอนามัยโลกจัดรณรงค์ขึ้นทุกปีอีกครั้ง โดยในปีนี้ได้ให้คำขวัญว่า ไม่ใช้ ไม่รับ ไม่สนับสนุนโฆษณายาสูบร้าย ทำลายชีวิต ส่วนมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภูมิใจนำเสนอก็คือ ภาพสยองบนซองบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม สถิติเกี่ยวกับบุหรี่ยังคงสูงลิบ ปัจจุบันยังพบผู้เสียชีวิตปีละกว่า 5 หมื่นราย โดยอันดับ 1 เกิด จากโรคถุงลมโป่งพอง ตามด้วยมะเร็งปอด โรคหัวใจ และหลอดเลือด โดยคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ 11.5 ล้านคน และเยาวชนไทยอายุ 1524 ปี เริ่มสูบบุหรี่เร็วขึ้น ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ขณะที่การรณรงค์ของภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ผลจริงหรือไม่

ในฐานะผู้ที่บุกเบิกการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะมากว่า 20 ปี นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ตอบทันทีว่า “ไม่ได้ผล” ก่อนจะขยายว่า มาตรการรณรงค์ที่ทุกฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาร่วมกันนั้น สะเปะสะปะ ไม่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถวัดได้ว่าคนสูบน้อยลงจริงหรือไม่ เปรียบเสมือนการ “จุดพลุ” ที่จุดเสร็จแล้วก็หายไป

“น่าแปลกที่เรามีกฎหมายที่เข้มแข็งมากเป็นประเทศแรกๆ อย่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 แต่กลายเป็นว่าการบังคับใช้นั้นกลับอ่อนแอที่สุด ทำให้สถานที่สาธารณะ หรือแม้แต่สถานที่ราชการ ยังคงมีคนสูบบุหรี่เต็มไปหมด” คุณหมอหทัย กล่าว

ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ระบุว่า หากเปรียบการสูบบุหรี่เป็นโรคร้ายแรงโรคหนึ่ง จะมียา 3 ขนานที่สามารถบังคับใช้ได้ ขนานที่ 1 การเพิ่มภาษีบุหรี่ ขนานที่ 2 การห้ามโฆษณาและส่งเสริมการขาย และขนานที่ 3 การห้ามสูบในที่สาธารณะ แต่ยาทั้ง 3 ขนานกลับดื้อยา ทำให้นักสูบหน้าใหม่และหน้าเก่ายังตะบี้ตะบันสูบอยู่ในขณะนี้

“ยาขนานที่ 1 การเพิ่มภาษีบุหรี่ ที่สถิติทั่วโลกระบุว่า การเพิ่มภาษี 10% จะทำให้คนสูบน้อยลง 8% วิธีแก้ของบริษัทบุหรี่บ้านเราก็คือ สร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ให้ราคาถูกลง เมื่อบวกกับการเพิ่มภาษี 10% ก็ทำให้ราคาเท่าเดิมหรือไม่ต่างจากเดิมมากนัก ทำให้นักสูบยังคงสูบบุหรี่เช่นเดิม ส่วนยาขนานที่ 2 นั้น มีการสำรวจแล้วว่า การรับรู้ของประชาชนที่มีต่อบุหรี่ในสื่อโฆษณานั้น พบมากขึ้นในช่วง 12 ปีให้หลัง ชี้ให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผล ขณะที่ยาขนานที่ 3 การห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดนั้น กลับไม่มีการควบคุมอย่างที่ระบุไว้ในกฎหมาย” นพ.หทัย กล่าว

คุณหมอหทัย ทิ้งท้ายไว้ว่า ถึงเวลาที่ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันคิดว่า จะทำอย่างไรให้กฎหมายที่ดีที่สุดในโลก ไม่่ถูกทิ้งไว้เฉยๆ และปล่อยให้บุหรี่ยังทำอันตรายต่อคนไทยในอัตราที่สูงระดับนี้

รณรงค์ลดบุหรี่เหลว

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล