posttoday
ปชป.อัด รัฐบาลปล่อยเควอเตอร์ชนะประมูลน้ำ

ปชป.อัด รัฐบาลปล่อยเควอเตอร์ชนะประมูลน้ำ

31 พฤษภาคม 2556

ชี้ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ไปเกาหลีใต้มีพิรุธ ปลอดประสพ อัดกลับสุดมั่ว อ้างยังไม่เปิดซองยังไม่มีใครชนะ

ชี้ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ไปเกาหลีใต้มีพิรุธ ปลอดประสพ อัดกลับสุดมั่ว อ้างยังไม่เปิดซองยังไม่มีใครชนะ

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. เวลา 21.00น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 เป็นไปอย่างดุเดือดเมื่อนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายถึงการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำตามพ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 จำนวน 3.5 แสนล้านบาท มีการฮั้วประมูลให้บริษัทเควอเตอร์ของเกาหลีใต้ได้รับการประมูล

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีประเทศไทยมา รัฐบาลนี้ก่อหนี้ปีเดียว 2.6 ล้านล้านบาท โดยใช้วิธีพิสดารโยกไปอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อวางโครงสร้างประเทศด้านคมนาคม โดยโครงการบริหารจัดการน้ำ 9 โมดูล ก็จัดแบบเหมาเข่งวนกันอยู่ 3 บริษัท คือ บริษัท เค วอเตอร์ บริษัท ร่วมค้าญี่ปุ่น และบริษัท อิตาเลี่ยนร่วมค้าไทย-จีน ซึ่งตนท้าได้เลยว่าบริษัทที่ได้รับประมูลคือ เค วอเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สลับกันเดินทางไปเกาหลีใต้ ขณะที่บริษัทร่วมค้าญี่ปุ่น และบริษัท อิตาเลี่ยนร่วมค้าไทย-จีน ได้สละสิทธิ์การประมูลไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการรวบเข่งประมูล ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ส่งเอกสารถึงรัฐบาลให้ใช้ความระมัดระวังในตอนยื่นซองเทคนิคกับยื่นซองราคา ให้ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ การขอผ่านสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ทั้งที่ตัวเองก็มีเงิน 3.5 แสนล้านบาทอยู่แล้ว

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ประมาณการรายรับเพื่อนำมาคำนวณการตั้งงบฯขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท ด้วยความระมัดระวังและมียุทธศาสตร์ และอยู่ในกรอบวินัยการคลัง โดยหนี้สาธารณะ 4.4 ล้านล้านบาท เกิดจากการบริหารของรัฐบาลยุคก่อนๆ เทียบให้ชัดเจนจากรัฐบาลชุดก่อน การตั้งงบปี 53 ตั้งขาดดุลไว้ 3.5 แสนล้านบาท เป็นยอดสูงถึง 20% จากวงเงินงบฯ 1.7 ล้านล้านบาท ถ้าบอกว่าเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เป็นการเลี่ยงวิธีงบฯประจำปีนั้น เงินกู้จากโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลก่อน 1.1 ล้านล้านบาท เป็นการเลี่ยงวิธีงบฯประจำปีที่ชัดเจน และเกือบชนเพดานหนี้สาธารณะ แต่ปีนี้ตั้งงบขาดดุลไว้ 2.5 แสนล้านบาท หรือ 9.9% ทั้งที่สามารถนำยอกเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทเข้ามาในงบประมาณประจำปีได้ เพราะหากคำนวณระยะเวลาดำเนินทั้งโครงการ 7 ปีแล้ว จะไม่เกินวงเงินหนี้สาธารณะที่มี และยังควบคุมติดตามการใช้งบฯนี้ได้อย่างเป็นระบบ 

นายกิตติรัตน์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าการใช้เงินกู้ทั้ง 3.5 แสนล้านบาท และ 2 ล้านล้านบาท มีการกลั่นกรองจากส่วนราชการ ดูความเหมาะสมให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่การกู้ในคราวเดียว แม้จะมีหนี้เพิ่มขึ้นใน 7 ปีข้างหน้า แต่ก็จะมีอัตราการเติบโต้ทางเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษีตามเป้า ดังนั้นยอดกู้เงินจำนวนนี้จึงอยู่ในวินัยการคลัง ตนยืนยันว่าจะกู้เงินแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ถูกต้อง ส่งมอบงานแล้วจึงกู้เพื่อนำมาชำระ ยืนยันว่าจะสามารถชำระหนี้ได้ทันและอาจหมดก่อนกำหนด เราไม่จำเป็นต้องเป็นโรคขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง เราตั้งงบฯขาดดุลลดลงมาเรื่อยๆในช่วง 2-3 ปีนี้ ขณะที่รัฐบาลที่ผ่านมามีแต่จะตั้งงบขาดดุลเพิ่มมากขึ้น 

ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ทั้ง 9 โมดูล มีผู้เสนอเข้ามาประมูลกว่า 300 ราย ต่อมาถอนตัวไปเนื่องจากเหตุผลทางด้านเทคนิค จนเหลือ 3 บริษัท ที่ผ่านมาไม่มีฝ่ายไหนติดใจ ส่วนการที่บริษัท ร่วมค้าญี่ปุ่นถอนตัว เพราะไม่ยอมสู้ราคาหลังจากรัฐบาลมีงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาทสำหรับแก้ปัญหาต้นน้ำภายใน 5 ปี แต่ทางญี่ปุ่นแจ้งว่าต้องใช้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 20 ปี ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการอนุมัติให้ เค วอเตอร์ ชนะประมูลตามที่นายอรรวิชช์กล่าวหา เพราะยังไม่มีการเปิดซอง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าอาจไม่ได้ด้วยซ้ำ จึงไม่อยากให้มาทำตัวเป็นโหรทำนายอะไรผิดๆ ถูกๆ ส่วนกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปเยือนไปเกาหลีใต้ เป็นไปตามคำเชิญของประธานาธิบดีเกาหลี และไปดูงานบริหารจัดการน้ำจริง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปเกาหลีใต้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท