
ตาม"ปู"ดูหาดมัลดีฟส์ –เยือนศรีลังกา
เมื่อตรวจดูภารกิจเยือนมัลดีฟส์ นายกฯจะมีถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับมัลดีฟส์ เน้นการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศศรีลังกาและมัลดีฟส์ ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. 56 โดยนายกฯจะเดินทางไปเยือนศรีลังกาก่อนจากนั้นวันที่ 1 มิ.ย.จะเดินทางต่อไปยังมัลดีฟส์
ห้วงเวลาดังกล่าวดูเป็นคาบเกี่ยวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ท่ามกลางเสียงอื้ออึ้ง นายกฯมีภารกิจสำคัญอันใดต่อการเดินทางเยือนหาดสวรรค์แหล่งขึ้นชื่อด้านท่องเที่ยวประเทศมัลดีฟส์
เริ่มต้นด้วยภารกิจที่ ศรีลังกา นายกฯไทยจะได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว สาระสำคัญการกำหนดขอบเขตความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจบริการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และบริการด้านสุขภาพ
นอกจากนี้ มีการลงนามบันทึกความตกลง ฉบับต่างๆ อาทิ บันทึกความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างไทยกับศรีลังกา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการติดต่อราชการระหว่างเจ้าหน้าที่การทูตและข้าราชการทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความร่วมมือและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ
บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยและกระทรวงเทคโนโลยี การวิจัยและพลังงานปรมาณูของประเทศศรีลังกา ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บันทึกดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาความร่วมมือในสาขาต่างๆ ที่มีศักยภาพระหว่างไทยและศรีลังกา โดยอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมทั้งสองประเทศจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนร่วมระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการลงนามแต่ให้ข้อสังเกตว่าในประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นประเด็นอ่อนไหวและอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง ดังนั้น จึงควรดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
จากนั้น นายกฯบินต่อสูมัลดีฟส์ โดย ภารกิจของนายกฯยิ่งลักษณ์จะมีถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับมัลดีฟส์ เน้นการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ ในสาขาอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพของทั้งสองฝ่าย พร้อมกันนี้ มีพิธีลงนามว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ ตามนโยบาย”มองตะวันตก”
ตามเอกสารที่นายกฯพกติดตัวไป ต้องการขับเน้นบทบาทให้กับผู้ให้ความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนา โดยมัลดีฟส์เป็นตลาดสินค้าอุปโภค บริโภค และเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของไทย โดยเฉพาะปลาทูน่า นอกจากนี้ ไทยและมัลดีฟส์ยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะในสาขาอาหารแปรรูป อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวและการโรงแรม” ดูจะสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวจากภาคนักธุรกิจท่องเที่ยวของไทยก่อนหน้านี้ ต้องการให้รัฐบาลไทยเจรจากับมัลดีฟส์ในการอำนวยความสะดวกในการเข้าไปลงทุนด้านการท่องเที่ยว
ภารกิจที่มัลดีฟส์ สรุปได้ว่า ต้องการขอซื้อปลาทูน่า แลกเปลี่ยนกับการให้มัลดีฟส์สนับสนุนนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนด้านท่องเที่ยว
อนึ่ง ก่อนที่นายกฯมีกำหนดการเดินทางเยือนศรีลังกาและมัลดีฟส์ ปรากฎว่าระหว่างวันที่ 30-31 พ.ค.ซี่งเป็นช่วงอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 เช่นกัน นายมาน โมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดียและคณะ มีกำหนดการเดินทางเยือนไทย ซึ่งนายกฯเตรียมถ้อยแถลงร่วมไทย-อินเดีย โดยเน้นความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมของไทย รวมทั้งสนับสนุนความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค ทั้งด้านปัจจัยการผลิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตลอดจนด้านการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ทั้งทางบกและทางทะเล ตลอดจนความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศและกลุ่มประเทศต่างๆ
ประเด็นน่าสนใจเห็นจะเป็นเรื่องของแรงงานสองประเทศ โดยจะมีการเน้นย้ำการจัดการอย่างเป็นระบบ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคมสำหรับแรงงานไทยในอินเดีย และแรงงานอินิเดียในไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงาน และการลงทุนระหว่างสองประเทศ ในเรื่องการจัดทำความตกลงด้านการประกันสังคม อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงาน ทั้งนี้ ฝ่ายอินเดียเสนอให้ฝ่ายไทยพิจารณาเรื่องการนำเข้าแรงงานจากอินเดียมาทำงานในสายขาที่เป็นที่ต้อการในประเทศไทย
ไทยและอินเดียจะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือหลายฉบับ อาทิ การลงนามให้สัตยาบันสนธิสัญญาระหว่างไทยกับอินดียว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เป็นการส่งเสริมความร่วมมือ ของสองประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพ บันทึกความตกลง ว่าด้วยการจัดตั้งโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการไทย- อินเดีย สนับสนุนให้เกิดการสร้างความร่วมมือในระดับประชาชนร่วมกันอย่างรอบด้าน และเป็นการเสริมสร้างภาพพจน์ที่ดีและศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นที่ปรากฎในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นการส่งเสริมบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีระหว่างประเทศ







