
ออมสร้างชาติ
การอภิปรายงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2557 ที่กำลังเริ่มอยู่ในขณะนี้ มีประโยชน์มากในการตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะ การใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาลว่าเกิดประสิทธิภาพหรือไม่
การอภิปรายงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2557 ที่กำลังเริ่มอยู่ในขณะนี้ มีประโยชน์มากในการตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะ การใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาลว่าเกิดประสิทธิภาพหรือไม่
รัฐบาลและครัวเรือนเปรียบไปแล้วก็เหมือนกัน เพียงแต่ขนาดและมูลค่ามากกว่ากันเท่านั้น
ทุกครอบครัวก็มีรายรับและมีรายจ่าย หากใช้มากกว่าหาได้ ถ้าครัวเรือนไหนมีเงินออมเก็บไว้ก็สามารถนำเงินออมออกมาใช้เมื่อยามจำเป็นได้ แต่ถ้าไม่มีเงินออม เงินส่วนต่างก็จะต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาใช้
หากคนในชาติไม่มีเงินออม ก็เท่ากับขาดความมั่นคง ซึ่งการออมของครัวเรือนนั้น มีแบบการออมภาคบังคับและภาคสมัครใจ ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องส่งเสริมให้เกิดการออมทั้งสองประเภท เพราะนี่จะเป็นหัวใจของการลดภาระของรัฐบาลในการจัดสวัสดิการมาดูแลประชาชน ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต รัฐบาลก็ควรจะต้องวางแผน วางนโยบายที่จะรองรับส่วนนี้ในอนาคต จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม หากไม่เริ่มทำเสียแต่วันนี้ ในอนาคตจะลำบาก
สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำ คือ การสร้างวัฒนธรรมการออมให้กับประชาชน ไม่ใช่เน้นแต่จะกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน จนทำให้ปริมาณหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชน และหวังให้นำเงินไปจับจ่ายใช้สอยด้านอื่น หรือนำไปเป็นเงินออมในครัวเรือน
แต่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ครัวเรือนยากจนมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายของฟุ่มเฟือย และใช้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่มากกว่าครัวเรือนที่มีรายได้สูงกว่า และยังพบว่าคนยากจนมียอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
ดังนั้น การส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการออม ต้องปลูกฝังนิสัยการออมให้กับประชาชนตั้งแต่เด็ก เหมือนญี่ปุ่นที่ประชาชนออมมากจนรัฐบาลมีเงินมหาศาลออกไปลงทุนต่างประเทศ โดยไม่ต้องกู้ยืมเงินจากต่างชาติ แค่ระดมเงินออมในประเทศก็ใช้ลงทุนได้อย่างสบาย
รัฐบาลควรจะตระหนักในเรื่องของการออมภาคประชาชนให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะออมภาคบังคับ หรือออมแบบสมัครใจ เพราะนี่ถือเป็นความมั่นคงของชีวิตและความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ
การดำเนินนโยบายเพียงเพื่อพุ่งเป้าไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตในอัตราสูง แทนที่จะส่งเสริมประชาชนให้ออม จะเป็นความเสี่ยงระยะยาวของประเทศ







