
'เต้น' สวนหมอวรงค์ยกเมฆข้อมูลเท็จ
"ณัฐวุฒิ"ปัดรัฐฮุบส่วนต่างขายข้าว แจงโรงสี 'โชควรลักษณ์' ประมูลข้าว 5.7 พันสมัยอุทกภัย 'บุญทรง' ย้ำขาดทุนแสนล้านตัวเลขย้อนหลัง 17 โครงการ ปัด 'วีระวุฒิ' บงการรับจำนำ เจ้าตัวย้ำใหญ่สุดในกระทรวง
"ณัฐวุฒิ"ปัดรัฐฮุบส่วนต่างขายข้าว แจงโรงสี 'โชควรลักษณ์' ประมูลข้าว 5.7 พันสมัยอุทกภัย 'บุญทรง' ปัด 'วีระวุฒิ' บงการรับจำนำ ย้ำใหญ่สุดในกระทรวง
เวลา 21.00 น. ( 29 พ.ค.) ที่รัฐสภา การประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจงโครงการรับจำนำข้าวว่า กรณีที่มีการนำข้อมูลทางราชการจากกระทรวงการคลังอ้างว่าโครงการดังกล่าวขาดทุนมหาศาลนับเเสนล้านนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังและนาปี เเละพืชผลทางการเกษตรตั้งแต่ปี 2547/48 เป็นต้นมามีการโครงการรับจำนำถึง 17 โครงการ เเบ่งเป็นโครงการเก่า 15 โครงการ และโครงการใหม่ 2 โครงการ คือ โครงการรับจำนำปี 54/55 และ ปี 55/56 ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้ตัวเลขที่นำมากล่าวอ้างนั้นเป็นตัวเลขรวมของ 17 โครงการย้อนหลังไปตั้งเเต่ปี 47/48 ไม่ใช่ตัวเลขขาดทุนในโครงการใหม่ของรัฐบาลชุดปัจจุบันแต่อย่างใด
นายบุญทรง ยังกล่าวถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพาดพิงว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขาฯ นายภูมิ สารผล อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นผู้บงการโครงการรับจำนำข้าวเพราะมีชื่อในคณะกรรมการเกี่ยวกับการระบายข้าวของรัฐบาลทุกชุด โดยนายบุญทรง ยืนยันว่า อำนาจการบริหารงานกระทรวงไม่มีใครใหญ่ไปกว่าตน การพาดพิงดังกล่าวเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ไม่ใช่ความจริง ขอย้ำว่าใครมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใดก็ทำหน้าที่ตามขอบเขตของกฎหมายนั้น
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า กรณี นพ.วรงค์ อภิปรายพาดพิงว่า มีการขายข้าวจากโกดังรัฐบาลให้กับเอกชนในราคา 5,700 บาท จนทำให้เกิดส่วนต่างจากราคา 12,000 บาทเข้ากระเป๋าบุคคลในรัฐบาลนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากข้าวในโกดังที่ นพ.วรงค์กล่าวอ้าง คือ โกดังทรัพย์ยืนยง จ.กำแพงเพชรนั้นเป็นข้าวค้างเก่าเมื่อครั้งเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 54 อนุกรรมการการระบายข้าวจึงมีมติให้ระบายข้าวที่ไม่ได้คุณภาพเนื่องจากประสบเหตุภัยพิบัติธรรมชาติจำนวน 3 แสนตันผ่านการให้เอกชนยื่นซองประกวดราคา ทั้งนี้ในจำนวน 3 แสนตัน มีข้าวจำนวน 3.5 พันตันของโกดังทรัพย์ยืนยงรวมอยู่ด้วย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ผู้ชนะการประมูลครั้งนั้น คือ โรงสีโชควรลักษณ์ที่ประมูลซื้อข้าวได้ในราคา 5,700 บาทต่อตัน จึงซื้อข้าวของโกดังทรัพย์ยืนยง 3.5 พันตัน อย่างไรก็ตามต่อมาโกดังทรัพย์ยืนยงทราบว่าในจำนวนข้าวที่เสียหายยังมีข้าวบางส่วนที่มีคุณภาพ จึงติดต่อซื้อจากโรงสีโชควรลักษณ์โดยซื้อในราคา 1.2 หมื่นบาท โดยขณะนั้นราคาข้าวในตลาดอยู่ที่ราคา 1.6 หมื่นบาท จึงถือว่าไม่มีฝ่ายใดเสียเปรียบ เพราะโรงสีโชควรลักษณ์ได้ขายในราคาที่สูงกว่าที่ซื้อมา ขณะเดียวโกดังทรัพย์ยืนยงได้ซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด
"ดังนั้นขอยืนยันว่าการเทียบราคาซื้อขายข้าว 5,700 บาทเเเล้วโจมตีบุคคลในรัฐบาลว่าได้ส่วนต่างเท่าตัวจากการขายราคา 1.2 หมื่นบาทที่ สส.พิษณุโลกกล่าวอ้างนั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นวิธีขายคนละส่วน คนละเรื่องอย่างสิ้นเชิง เป็นตัวเลข สส.พิษณุโลกยกเมฆทั้งสิ้น" นายณัฐวุฒิกล่าว







