
สั่งไล่ล่าภาษีรายธุรกิจ
สรรพากรรีดภาษีนิติบุคคลเต็มสตรีม โปะรายได้ที่หายไป สั่งเกาะติดเป็นรายกลุ่ม
สรรพากรรีดภาษีนิติบุคคลเต็มสตรีม โปะรายได้ที่หายไป สั่งเกาะติดเป็นรายกลุ่ม
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สรรพากรตื่นตัวในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้มากขึ้น หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการทางภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่ภาคเอกชนไทย และเป็นแรงจูงใจในการลงทุนจากต่างประเทศ โดยลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงมาจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และลดลงเหลือ 20% ในปี 2556
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายปรับขั้นอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงมา ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา อันจะทำให้ภาพรวมการจัดเก็บรายได้เปลี่ยนไป
“เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจึงต้องตื่นตัวให้มากกว่าเดิม และปรับเปลี่ยนแผนการจัดเก็บรายได้ให้ทันต่อสถานการณ์ตลอดเวลา กรมสรรพากรจึงมีนโยบายการจัดเก็บภาษีให้มีการกำกับดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ในสิ้นเดือนนี้ โดยให้ทุกพื้นที่เปรียบเทียบเงินได้ของแต่ละนิติบุคคลกับอัตราการเติบโตของภาคธุรกิจในกลุ่มเดียวกันด้วย” อธิบดีกรมสรรพากร กล่าว
สำหรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในปีนี้อยู่ที่ 1.77 ล้านล้านบาท
แหล่งข่าว กรมสรรพากร เปิดเผยว่า มีนโยบายให้เข้าไปพิจารณากลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวดี เช่น บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการรถคันแรก กลุ่มธุรกิจมือถือที่ได้อานิสงส์จากระบบ 3จี กลุ่มโรงแรม บูติกโฮเต็ล ภัตตาคาร ว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ รวมถึงกลุ่มธนาคาร ประกันชีวิต ซึ่งมีผลประกอบการที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ได้สั่งให้สำนักตรวจ สอบภาษีกลางเข้าไปตรวจสอบกลุ่มร้านค้าอินเทอร์เน็ต กลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์เกรย์มาร์เก็ต
นางจิตรมณี สุวรรณพูล ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขอให้บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มูลนิธิ เร่งยื่นแบบฯ และชำระภาษีให้ถูกต้องจะได้ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายหลัง







