
ชำระล้างเศษซาก(ร้องหา)ประชาธิปไตย
8...ชลธิชา เหลิมทอง
กลุ่มคนเสื้อแดงยอมย้ายออกจากย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศไปปักหลักแยกราชประสงค์ หลังปักหลักชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ทำให้การเข้ารื้อถอนสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก ไม่ว่าการรื้อเวที เต็นท์จำนวนมาก จากการสำรวจเศษซากร่องรอยจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย กล่าวได้ว่าการชุมนุมครั้งนี้ (และทุกครั้ง) ได้ทำให้พื้นที่สาธารณะตลอดเส้นทางตั้งแต่โรงแรมรัตนโกสินทร์ถึงหน้าบริเวณรัฐสภา ตลอดจนถนนบริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบและเสียหายไปพอสมควร
นอกจากนี้ มีเศษซากขยะกองพะเนินที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วริมถนนราชดำเนินกลางใกล้ๆ บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ที่ตั้งเต็นท์โรงครัวของกลุ่มผู้ชุมนุม ในหลายเต็นท์ได้ทิ้งเศษอาหารเน่าเหม็นไว้จำนวนมาก ในหลายจุดมีสติกเกอร์ยุบสภาสีแดงแปะติดไปทั่วบริเวณการชุมนุม กลิ่นเหม็นไม่แพ้ขยะโชยมาจาก
“ห้องน้ำ 1 บาทโค่นอำมาตย์” ที่แกนนำสร้างไว้ให้บริการผู้ชุมนุมปลดทุกข์หนักเบา และอาบน้ำ ในหลายๆ จุด อาทิ ถนนมหาไชย ข้างลานพระที่นั่งเจษฎามหาบดินทร์ ถนนราชดำเนิน และถนนนครสวรรค์โดยเฉพาะลานพระที่นั่งเจษฎาฯ จุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว กลายเป็นดงขยะ ไม่ต่างจากจุดอื่น ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงขนานใหญ่
อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดเห็นแล้วน่าหดหู่ใจคงจะเป็น
“อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” สัญลักษณ์ประชาธิปไตยที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 นอกจากพานรัฐธรรมนูญจะโดนหุ้มด้วยผ้าสีแดงและผูกริบบิ้นสีดำแล้ว ฐานของพานรัฐธรรมนูญยังถูกคลุมผ้าที่กลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตยละเลงศิลปะเลือดไว้เป็นรอยด่างอีกด้วยไม่เพียงเท่านั้น ยังถูกขีดเขียนข้อความโจมตีรัฐบาลอำมาตย์ ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่างๆ นานา สารพัดสัตว์ ฯลฯ แทบจะไม่มีพื้นที่ว่างให้อนุสรณ์สถานวัย 71 ปี ได้หายใจ ซ้ำร้ายยังทิ้งร่องรอยกระสุนจากเหตุปะทะคืนวันที่ 10 เม.ย. ไว้ในหลายจุด
ขณะที่ด้านหนึ่งก็มีสิ่งก่อสร้างอาคารเมรุเผาศพผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต เพื่อเตรียมฌาปนกิจอีกด้วย
พื้นที่บริเวณโดยรอบตามตรอก ซอก ซอยได้รับความเสียหายมหาศาลเช่นกัน ไม่ว่าอาคารบ้านเรือน ร้านค้า ห้องแถว ทั้งบริเวณถนนตะนาว สี่แยกคอกวัว ถนนข้าวสาร ถนนดินสอ เต็มไปด้วยรอยเปื้อนความรุนแรงจากอาวุธสงครามนานาชนิด ทั้งเอ็ม 79 เอ็ม 16 ฯลฯ ทำให้หลายร้านยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ฝาผนังหลายตึกถูกระบายด้วยถ้อยคำระบายแค้น อาทิ
“ทหารฆ่าประชาชน” รวมถึงคำหยาบคายด่าทอผู้บริหารโรงเรียนสตรีวิทยา และอื่นๆ ไม่รวมเศษซากรถถัง รถหุ้มเกราะ รถฮัมวี ของกองทัพที่ถูกทำลายพังกระจัดกระจายกลายเป็นแค่เศษเหล็กอยู่อีกจำนวนมากที่น่าสยดสยองบนพื้นถนนในหลายจุดยังมีร่องรอยเลือดของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ถูกยิงจนสมองไหลเป็นทางยาวแห้งเกรอะกรังติดอยู่บนพื้นถนน
ทั้งหมดนี้คือเศษซากจากการเรียกร้องประชาธิปไตยจากเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553







