
ม็อบค้านทำเหมืองตะกั่วทองผาภูมิ
ชาวทองผาภูมิ ยื่นหนังสือคัดค้านทำเหมืองตะกั่ว-สังกะสีในพื้นที่ ห่วงกระทบสิ่งแวดล้อม
ชาวทองผาภูมิ ยื่นหนังสือคัดค้านทำเหมืองตะกั่ว-สังกะสีในพื้นที่ ห่วงกระทบสิ่งแวดล้อม
กลุ่มมชาวบ้านจาก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในนาม “เครือข่ายรักทองผาภูมิ” พร้อมผู้นำท้องถิ่น และนักเรียนในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ กว่า 500 คน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ ถือป้ายพร้อมโพกผ้าที่ศรีษะประท้วงคัดค้านการทำเหมืองแร่ตะกั่ว-สังกะสี ในพื้นที่อ.ทองผาภูมิ และไม่เห็นด้วยต่อแนวทาง “การศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เบื้องต้นเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี (แร่ตะกั่ว-สังกะสี) บริเวณอ.ทองผาภูมิ ของกรมทรัพยากรธรณี โดยมี นายหฤทัย คงควร รองประธานสภาเกษตรกร จ.กาญจนบุรี เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อ นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงษ์ นายอำเภอทองผาภูมิ จากนั้น นายวิวัฒน์ ศรีวิเชียร ชาว อ.ทองผาภูมิ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อ นายพิทักษ์ รัตนจารุรักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี โดย นายพิทักษ์ รับปากว่ากับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า จะนำข้อคัดค้านดังกล่าว ไปบันทึกไว้ในรายงานการศึกษา เพื่อเสนอให้กรมทรัพยากรธรณีพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้กลุ่มตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวร่วมกันว่า ตามที่กรมทรัพยากรธรณีได้มอบหมายให้ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการ “การศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เบื้องต้น เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี(แร่ตะกั่ว-สังกะสี) บริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี” โดยมีการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2554 และ วันที่ 28 มี.ค.2556 และดำเนินการจัดประชุมครั้งที่ 3 ในวันนี้ ซึ่งจากการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาพบว่า กระบวนการศึกษาดังกล่าวยังมีข้อบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ครบถ้วน ในหลายประเด็น คือ 1.ในการชี้แจงข้อมูล รายละเอียดการศึกษา ไม่ได้รับการชี้แจงข้อมูลที่สำคัญในหลายประเด็น อาทิ บริเวณหรือจุดที่ตั้งเหมืองแร่ ปริมาณสินแร่ที่มีอยู่ในแต่ละแหล่งขั้นตอน รูปแบบ วิธีการทำเหมืองรายได้และหรือผลประโยชน์ที่จะได้รับฯลฯซึ่งเป็นข้อมูลประกอบที่จำเป็นสำหรับการให้ความเห็นของประชาชนว่าควรให้มีการทำเหมืองในพื้นที่หรือไม่ อย่างไร
2.การศึกษาทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ตะกั่ว-สังกะสี กำหนดไว้เพียง 3 แนวทาง คือ สงวนแหล่งแร่ อนุรักษ์แหล่งแร่ และพัฒนาแหล่งแร่ โดยไม่ได้รวมทางเลือกในการผลิตตะกั่วจากตะกั่วรีไซเคิล ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะผลิตตะกั่วด้วยกระบวนการรีไซเคิลเพิ่มขึ้น และมีปริมาณมากกว่าการผลิตตะกั่วจากการทำเหมือง 3.ไม่ได้นำเอาทิศทางการพัฒนาของจ.กาญจนบุรีมาใช้ประกอบในการศึกษา ซึ่งกำหนดให้มีการจัดการพื้นที่ตอนเหนือ ได้แก่ อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค อ.สังขละบุรี และอ.ศรีสวัสดิ์เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อการอนุรักษ์ สอดคล้องกับความเห็นของสภาขับเคลื่อนเมืองกาญจน์น่าอยู่ในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัย ห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่าแนวทางการพัฒนาทั้งสองล้วนมุ่งเน้นการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนเพื่อส่งมอบให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป แต่การศึกษาดังกล่าวกลับไม่เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนในการกำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาพื้นที่ของตนเองอย่างแท้จริง
จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าร่วมสัมมนาฯ โดยร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นถึงผลได้ผลเสียในครั้งนี้อย่างกว้างขวาง ซึ่งมีตัวแทนผู้ประกอบการเหมืองเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามชาวบ้านประกาศยืนยันที่จะเดินหน้าคัดค้านการเปิดเหมืองอย่างถึงที่สุด เนื่องจากมองว่าการศึกษาดังกล่าวทางหน่วยงานของรัฐยืนอยู่ข้างผู้ประกอบการเหมืองอย่างชัดเจน อีกทั้งการจัดสัมมนาครั้งต่อไป (ครั้งที่ 4) กำหนดจัดให้มีขึ้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งชาว อ.ทองผาภูมิ เกรงว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด จนในที่สุดผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ได้หาทางออกโดยจะร่วมพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวต่อไป ขณะที่ทางฝ่ายคณะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าจะนำข้อคิดเห็นในด้านต่างๆ ของทุกฝ่ายบรรจุไว้ในรายงานการศึกษา เพื่อเสนอต่อกรมทรัพยากรธรณีพิจารณาต่อไป







