
ภราดรยันบึ้มหน้ารามไม่โยงไฟใต้
เลขา สมช. ยันระเบิดหน้ารามไม่โยงไฟใต้ เผย เจรจาบีอาร์เอ็น 13 มิ.ย. ลดความรุนแรง ชี้ คุมเข้ม9พื้นที่รอบกทม.ดูปกติ
เลขา สมช. ยันระเบิดหน้ารามไม่โยงไฟใต้ เผย เจรจาบีอาร์เอ็น 13 มิ.ย. ลดความรุนแรง ชี้ คุมเข้ม9พื้นที่รอบกทม.ดูปกติ
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยว่า เหตุระเบิดบริเวณหน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 กำลังอยู่ในขั้นสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่ามาจากสาเหตุใด เบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจเป็นความขัดแย้งทางธุรกิจ หรือมาเฟียในพื้นที่และยังไม่ตัดประเด็นทางการเมืองพร้อมยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ การที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งคุมเข้มพื้นที่สำคัญ เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องดูแล แต่ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณว่า จะเกิดเหตุรุนแรงคล้ายกับเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดหลังรัฐประหารปี 2549
พล.ท.ภราดร ระบุว่า จะเดินหน้าเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ โดยจะหยิบยกเหตุไม่สงบในพื้นที่มาพูดคุย เพื่อลดความรุนแรง ซึ่งแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นรับปากว่า จะดำเนินการพูดคุยกับบางกลุ่มที่ต่อต้านกระบวนการสร้างสันติภาพ พร้อมย้ำไทยจะยึดกรอบการทำงานแบบสันติสุข ดำเนินการตามกรอมกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ส่วนการประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเป็น พ.ร.บ.ความมั่นคง จะมีการพิจารณาทบทวนในต้นเดือน มิ.ย.นี้ เนื่องจากในวันที่ 19 มิ.ย.จะครบกำหนดการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. จะพิจารณาจากสถิติการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ โดยขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่า จะประกาศยกเลิกในพื้นที่ใดบ้าง เพราะยังเกิดเหตุรายวัน
พล.ท.ภราดร ยังกล่าวถึงเหตุยิงทหารชุดคุ้มครองครูใน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศใช้ พรบ.มั่นคง ว่า ยังไม่ยกระดับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคงใช้กฎหมายเดิม







