
จี้วางยุทธศาสตร์ป้องไฟดับ
สอท.ถกด่วนสมาชิกหนุนมั่นคงพลังงานด้านประมูลไอพีพี3รายใหญ่เข้ารอบ
สอท.ถกด่วนสมาชิกหนุนมั่นคงพลังงานด้านประมูลไอพีพี3รายใหญ่เข้ารอบ
ส.อ.ท.นัดถกด่วนเหตุไฟใต้ดับ ชงเสนอแนวทางแก้ไข รมว.พลังงาน ด้านประมูลไอพีพีรายใหญ่ฉลุย
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 พ.ค. จะหารือกับสมาชิกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดภาคใต้ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ภายหลังเหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมียุทธศาสตร์และมาตรการดำเนินการระยะสั้น กลาง และยาว โดยจะนำเสนอข้อสรุปให้นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน นำไปพิจารณาต่อไป
“ระยะยาวหากไฟฟ้าไม่พอจริงๆ อะไรจะเกิดขึ้น ผมอยากให้ทุกคนพูดในเชิงเทคนิคและข้อเท็จจริง อย่าใช้เพียงความรู้สึก เพราะความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน” นายพยุงศักดิ์ กล่าวเพราะขนาดไฟดับเล็กน้อยเท่านี้ยังเกิดผลกระทบต่อธุรกิจและการท่องเที่ยว หาก
ทางด้านนายธนา พุฒรังษี รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ด้านระบบสายส่ง กล่าวภายหลังนำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยังบริเวณที่ฟ้าฝ่าเสาไฟและสายไฟฟ้าแรงสูงที่บริเวณ ต.บ้านทาน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสาเหตุของไฟดับ 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันการไฟฟ้าในภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชายฝั่งอันดามัน อย่าง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวก็ใช้ไฟฟ้ามากถึง 15 เปอร์เซ็น ของกำลังไฟฟ้าทั้งหมดในภาตใต้ ทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นรวมปีละ 6 % ต้องพึ่งการส่งกระแสไฟฟ้าไปจากภาคกลางบางส่วน แต่ระบบส่งที่ส่งไฟฟ้าไปจากภาคกลางลงสู่ภาคใต้นั้นมีลักษณะเป็นคอขวดตามภูมิประเทศ จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบส่งไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม กฟผ.มีแนวทางพัฒนาโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ และขยายระบบส่งเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ในระยะยาว โดยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ชุดที่ 2 จะเสร็จภายในปี 2557 นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าในภาคใจ้ได้ นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการหาแหล่งผลิตโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ซึ่งต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม นอกจากนี้แล้วทาง กฟผ. ยังมีการดำเนินการปรับปรุงและขยายระบบส่งให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น
ด้านนายเทียนไชย จงพีร์เพียร นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า ด้านเทคนิคเชื่อว่าทุกฝ่ายย่อมรู้ดีว่าไฟฟ้าที่ใช้ในภาคใต้ส่วนหนึ่งจ่ายมาจากภาคกลางไปช่วยและระบบสายส่งมีขนาดเพียง230กิโลโวลต์และมีะระยะทางยาวมากในขณะที่สายส่งขนาด500กิโลโวลต์ส่งจากภาคกลางไปถึงแค่ประจวบคีรีขันธ์ การขยายสายส่งในภาคใต้ คงไม่ใช่คำตอบของปัญหาทั้งหมด เพราะแท้จริงแล้วภาคใต้จะต้องผลิตไฟให้พอกับความต้องการ ซึ่งการแต่จะเป็นจังหวัดไหน เชื้อเพลิงอะไรก็ต้องมาหาจุดยืนร่วมกันไม่เอาโรงไฟฟ้าในพื้นที่เลย แต่พึ่งพิงไฟฟ้าจากภาคกลาง นับเป็นความเสี่ยง
รับไฟฟ้าจากภาคอื่นภาคอื่นเขาสร้างส่งไปอันนี้มันก็ไม่ยุติธรรมอีก มันต้องฟังเหตุและผลจากทุกฝ่ายว่าถ้าไม่เอาถ่านหิน เอาก๊าซฯ พลังงานหมุนเวียนไหมและยอมรับค่าไฟที่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่”นายเทียนไชยกล่าว“การลงทุนไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไร ที่สุดประชาชนก็จะต้องแบกรับภาระเหล่านั้นผ่านค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ เอฟที
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กล่าวว่า ในวันที่27พ.ค. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์)จะหารือร่วมกับ 3 การไฟฟ้าเพื่อ วางแนวทางป้องกันไฟฟ้าตก/ไฟฟ้าดับ และการสร้างความมั่นคงพลังงาน ขณเดยวกนขขณะเดียวกัน ความพยายามในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของรัฐบาล คือ การเปิดประมูลผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือไอพีพี ซึ่งรอบล่าสุดที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ เป็นการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ มีกำลังการผลิตรวม 5,400 เมกะวัตต์ และกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2564-2569
ขณะนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิคแล้ว จำนวน 6 ซอง จาก 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท ผลิตไฟฟ้า (เอ็กโก) 2.บริษัท โกลว์ และ 3.บริษัท กัลฟ์ซึ่งแต่ละรายเสนอสร้างโรงไฟฟ้ารายละ2 แห่ง โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการพิจารณาด้านราคา และคาดว่าจะประกาศผลผู้ชนะการประมูลได้ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน







