
ขบวนการต้านพรึ่บ!ผลงานรัฐบาลเรียกแขก
เส้นทางการบริหารของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มก้าวสู่จุดสุ่มเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
เส้นทางการบริหารของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มก้าวสู่จุดสุ่มเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนผ่านกลุ่มมวลชนมากหน้าหลายตาที่ทยอยปรากฏตัวออกมาคัดค้านแนวนโยบายการบริหารงานของรัฐบาลในหลายประเด็น และกำลังก่อตัวจะยกระดับความรุนแรงมากขึ้น
ที่สำคัญ สารพัดม็อบที่ประดังประเดกันออกมารุมเร้ารัฐบาลเวลานี้ ล้วนแต่มีที่มาจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้งด้วยตัวเองทั้งสิ้น
เริ่มตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่นอกจาก ประชาธิปัตย์ และ กลุ่ม 40 สว. จะออกมาประกาศจุดยืนคัดค้านแบบหัวชนฝา เพราะนอกจากเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนแล้ว ยังสุ่มเสี่ยงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้อง เตรียมวินิจฉัยว่าการแก้ไขในส่วนของมาตรา 68 จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
ความพยายามแก้ไขยกเลิก สว.สรรหา ที่เป็นหอกข้างแคร่รัฐบาลมานาน ให้เหลือเพียงแค่ สว.เลือกตั้งเพียงอย่างเดียว และความพยายามรุกคืบเข้าไปแก้ไขประเด็นที่มาขององค์กรอิสระที่ขัดแข้งขัดขากวนใจรัฐบาล จึงกลายเป็นเงื่อนไขปลุกให้มวลชนออกมาต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากขึ้น
โดยเฉพาะสัญญาณล่าสุดผ่านการปาฐกถาที่มองโกเลียของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่สอดรับกับเป้าหมายเรื่องรื้อองค์กรอิสระ ได้จุดชนวนให้กลุ่ม “ไทยสปริง” ภายใต้การนำของ แก้วสรร อติโพธิ อดีต สว.กทม. และ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ ออกมาเปิดตัวคัดค้านปฏิเสธการบริหารของรัฐบาล รอจังหวะเวลาสุกงอมที่จะยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป
ยิ่งระเบิดเวลาลูกใหญ่อย่างกฎหมายปรองดองถูกจุดชนวนขึ้นอีกรอบ เมื่อมีความพยายามชัดเจนที่จะเข้าไปล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผ่านเป็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย หรือ พ.ร.บ.ปรองดอง ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ
ไม่เว้นแม้แต่ในโลกไซเบอร์ ที่เวลานี้เกิดการรณรงค์ทางเฟซบุ๊กเพื่อให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ร่วมกันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ตัวเองเป็นรูปหน้ากากขาวของ “กาย ฟอว์กส์ (Guy Fawkes)” จากภาพยนตร์เรื่อง V for Vendetta และ โพสต์ ข้อความ “ขณะนี้กองทัพประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว ข้าขอประกาศว่า ข้าจะล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย” ในทุกเฟซบุ๊กที่เป็นเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ
โดยเวลานี้เริ่มแพร่กระจายไปทั่วเฟซบุ๊ก ทั้งแฟนเพจของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แฟนเพจของ พ.ต.ท.ทักษิณ แฟนเพจของ พานทองแท้ ชินวัตร แฟนเพจ ของยิ่งลักษณ์ แฟนเพจของทำเนียบรัฐบาล
อีกปมปัญหาที่กำลังจะปะทุคือการพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในช่วงเดือนหน้านี้ ซึ่ง “กลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน” ภายใต้การนำของไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ได้ปักหลักสนามหลวงตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งน่าจะมีความเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นอีกครั้งในเร็วๆ นี้
ไม่ใช่เพียงแค่ม็อบการเมือง กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนก็ถือเป็นอีกแรงเสียดทานสำคัญต่อการบริหารงาน เมื่อหลายกลุ่มเริ่มทยอยกันออกมารวมตัวเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ อย่าง “พีมูฟ” เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) ที่ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินถูกละเลยมานาน
เที่ยวนี้จึงออกมากระตุ้นให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน 4 ประเด็น 1.เขื่อนปากมูล 2.โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน 3.โฉนดชุมชน และ 4.โครงการบ้านมั่นคง หลังได้ทำข้อตกลงเพื่อทำงานแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล ก่อนจะแยกย้ายสลายการชุมนุมในที่สุด แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่การพักยกไว้ชั่วคราว หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข สุดท้ายก็จะกลายเป็นปัญหาย้อนกลับมาหารัฐบาลในที่สุด
ส่วนปมใหม่เวลานี้ยังมีอีกหลายม็อบที่จ่อคิวประชิดมารุมกดดันรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กว่า 7 หมื่นคน ที่นัดแต่งชุดดำพร้อมรวมตัวที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบอุดหนุนให้แก่ อปท.ในปีงบประมาณ 2557 ไม่ต่ำกว่า 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้อจนกว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้อง
หลังก่อนหน้านี้ สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น พร้อมด้วยตัวแทนองค์กรภาคี 155 องค์กร เคยเดินทางเข้าพบ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เพื่อชี้แจงอุปสรรคการเบิกจ่ายเงินค่าสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล รวมถึงชี้แจงเกี่ยวกับความจำเป็นต้องร่วมเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มีความคืบหน้า
ตามติดมาด้วยคิวของ ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับเครือข่ายผู้ป่วยกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม เดินทางไปยังบ้านพักของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 6 มิ.ย. ต่อกรณี ปลด นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม อย่างมีเงื่อนงำ
การชุมนุมครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่การเรียกร้องให้ยกเลิกระบบจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน (P4P) และย้าย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ ออกจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ปมความขัดแย้งครั้งนี้จึงทำท่าจะบานปลายขยายวงความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นทุกที
สารพัด “ม็อบ” ที่รัฐบาลเผชิญและกำลังจะต้องเผชิญต่อจากนี้ จึงถือเป็นแรงเสียดทานที่จะมีผลต่อการบริหารงานในช่วงนี้ และหากยังไม่อาจคลี่คลายปมปัญหาได้สำเร็จ ย่อมต้องกัดกร่อนเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้







