
ล่าหนุ่มเปลือยขี่บิ๊กไบค์รอบเมืองเชียงใหม่
ตำรวจเชียงใหม่สั่งท้องที่ตามหาหนุ่มเปลือยขี่บิ๊กไบค์และขบวนการทั้งหมดทำภาพลักษณ์เสีย กรมสุขภาพจิตชี้มีปมด้อยความเป็นชาย
ตำรวจเชียงใหม่สั่งท้องที่ตามหาหนุ่มเปลือยขี่บิ๊กไบค์และขบวนการทั้งหมดทำภาพลักษณ์เสีย กรมสุขภาพจิตชี้มีปมด้อยความเป็นชาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กได้มีผู้โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดิโอที่มีชื่อว่า “แก้ผ้าขับ Big Bike รอบเมืองเชียงใหม่” เป็นคลิปชายหนุ่มแก้ผ้าขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ไปรอบตัวเมืองเชียงใหม่ โดยมีการยืนขึ้นเป็นระยะ เพื่อโชว์อวัยวะเพศอย่างไม่อายใคร โดยมีกลุ่มเพื่อนคอยถ่ายภาพ
พ.ต.อ.กิตติสาร แก้วประดับ รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ จุดเริ่มต้นของภาพเป็นท้องที่ของ สภ.ภูพิงค์ฯ และสภ.ช้างเผือก และวนเข้าพื้นที่ของสภ.เมือง จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสภ.เมือง ร่วมกับอีกสองท้องที่ ตรวจสอบภาพว่าชายหนุ่มดังกล่าวเป็นใคร และผู้ร่วมขบวนการถ่ายคลิปมีใครบ้าง ซึ่งทั้งหมดเข้าข่ายอนาจารในที่สาธารณะและเผยแพร่ภาพอนาจาร ต้องจับกุมตัวให้ได้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ทั้งนี้ ทางชุดสืบสวนตรวจสอบภาพอย่างละเอียด พบว่า รถบิ๊กไบค์ ทะเบียน 789 กรุงเทพมหานคร หมวดอักษรยังไม่แน่ชัด ซึ่งเป็นรถของคนมีฐานะ และจากคำพูดในคลิปน่าจะมีคนเชียงใหม่ร่วมด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดลหุโทษ โทษแค่ปรับในข้อหากระทำอนาจารในที่สาธารณะ แต่เมื่อมีการนำภาพทั้งหมดลงอินเตอร์เน็ตเผยแพร่ ก็เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ
ด้านนพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีเปลือยกายขี่รถจักรยานยนต์อวดอวัยวะเพศ ว่า ลักษณะพฤติกรรมพวกชอบโชว์ดังกล่าวจัดเป็นกามวิปริต ชนิดหนึ่ง เรียกว่า Exhibitionism ซึ่งจะชอบอวดอวัยวะเพศของตนเอง จากในอดีตมักพบผู้ชายยืนรอโชว์อวัยวะเพศตามหอพักหญิงแล้วสำเร็จความใคร่ให้ดู แต่คลิปที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม
นพ.ทวี กล่าวว่า สาเหตุของพฤติกรรมกามวิปริตชอบโชว์อวัยวะเพศ เกิดจากการมีปมด้อยในความเป็นชายของตนเอง จึงอยากแสดงเรียกร้องความสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่ทำให้ไม่มีความมั่นใจในความเป็นเพศชาย
ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า สังคมไม่ควรให้ความสนใจ ให้เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ อย่าไปเขียนเยินยอ กดไลค์ กดแชร์ต่อ เมื่อโชว์แล้วไม่มีคนดู บุคคลดังกล่าวก็จะเลิกพฤติกรรมไปเอง ถือเป็นการช่วยบำบัดอย่างหนึ่ง เพราะคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมรับว่าป่วย ไม่มีใครมารับการรักษา ถึงส่งตัวมาพบแพทย์ก็ไม่ค่อยร่วมมือ







