
โพลชี้รมว.พลังงานควรรับผิดชอบไฟดับภาคใต้
เอแบคโพล ชี้ ประชาชน 55.7% เห็นว่า รมว.พลังงาน ควรเป็นผู้รับผิดชอบไฟดับ14 จ.ภาคใต้ด้านเพื่อไทยชี้เป็นอุบัติเหตุ
เอแบคโพล ชี้ ประชาชน 55.7% เห็นว่า รมว.พลังงาน ควรเป็นผู้รับผิดชอบไฟดับ14 จ.ภาคใต้ ด้านเพื่อไทยชี้เป็นอุบัติเหตุ
นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ความเชื่อมั่นของประชาชนจากกรณีปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรปราการ อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงราย มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร เลย ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ยะลา นราธิวาส และ สงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,075 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า
พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 60.5 รู้สึกกลัว ตกใจ กังวล ต่อปัญหา อาชญากรรม การก่อวินาศกรรม ก่อการร้าย และความไม่ปลอดภัยอื่นๆ จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 31.6 รู้สึกเฉยๆ และร้อยละ 7.9 ไม่รู้สึกอะไรเลย
เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อการรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนพบว่ากลุ่มตัวอย่างกว่า 3 ใน 4 หรือร้อยละ 79.3 มีความเชื่อมั่น ในขณะที่ร้อยละ 20.7 ไม่มีความเชื่อมั่น
ที่น่าสนใจคือประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนมากหรือร้อยละ 55.7 ระบุว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ไฟดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมา ในขณะร้อยที่ 35.1 ระบุรัฐบาลทั้งคณะควรรับผิดชอบ ร้อยละ 7.0 ระบุหน่วยงานราชการ และร้อยละ 2.2 ระบุควรรับผิดชอบตัวเอง
กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 51.4 ยังระบุอีกว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าของประชาชนที่เสียหายเพราะไฟฟ้าดับบ่อยอีกด้วย ส่วนร้อยละ 36.8 ระบุรัฐบาลทั้งคณะควรรับผิดชอบ ร้อยละ 10.8 ระบุหน่วยงานราชการ และร้อยละ 1.0 ระบุตัวเองควรรับผิดชอบ
ที่น่าพิจารณ คือ ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 คิดว่าหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมาส่งผลต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 17.5 คิดว่าไม่ส่งผล
นางสาวปุณฑรีก์ ผช.ผอ. กล่าวว่าจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ผ่านมาถึงแม้จะเกิดขึ้นเพียงแค่ภูมิภาคเดียวของประเทศแต่สร้างความเสียหายไม่น้อย และไม่เพียงแค่ส่งผลต่อตัวปัจเจกบุคคล การดำรงชีวิตของประชาชน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุดเสียหาย แต่ยังส่งผลเป็นวงกว้างต่อการค้าขาย การประกอบธุรกิจ อาทิเช่น ร้านอาหาร โรงงานอุตสาหกรรม ธุรภิจการท่องเที่ยว การบริการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผลกระทบระยะยาวที่อาจลดทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในภาคใต้ของไทย ซึ่งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการเพื่อนำความเชื่อมั่นของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกลับคืนมา อีกทั้งในการเตรียมความพร้อมเรื่องพลังงานให้ทันต่อการเปิดประชาคมอาเซียนที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้
ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
ลาออกจากตำแหน่ง รมว.พลังงาน เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครคาดคิด ทำให้ไฟดับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ก็เป็นบทเรียน ซึ่งรมว.พลังงาน รัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า หากจะเรื่องดังกล่าวมาเป็นเหตุเรียกร้องให้นายพงษ์ศักดิ์แสดงสปิริตลาออก ถามว่าเมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี เคยแสดงสปิริตเรื่องอะไรบ้าง ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยแต่มีการกระชับพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ ใช้อาวุธสงครามจริง กระสุนจริง ยิ่งใส่ประชาชน เพื่อสลายชุมนุม ประชาชนเสียชีวิตเกือบ 100 บาดเจ็บอีก 2,000 คน แค่คำชี้แจง คำขอโทษ นายอภิสิทธิ์ยังไม่เคยมี ทุกอย่างโยนไปที่ชายชุดดำ พร้อมสร้างวาทกรรม เผาบ้านเผาเมือง ดังนั้นขอให้หยุดการออกมาเรียกร้องกล่าวหาคนอื่นเสียที เพื่อเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมืองและคนที่ทำงานแก้ไขปัญหาในขณะนี้







