
โลกมองไทย
ภายหลังเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สื่อต่างชาติยังคงจับตามองและแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ทางการเมือง ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงานว่า เหตุการณ์การปะทะกันของทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมมีผลทำให้นักลงทุนจากต่างชาติพากันถอนทุนออกจากประเทศไทยทั้งนี้ เนื่องมาจากมีการประเมินกันว่าการนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยกำลังมีความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น
ทางด้านมูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังออกมาเปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดของไทยในขณะนี้จะส่งผลให้การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยยิ่งมีระดับของความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น
มูดี้ส์ได้ปรับลดระดับเครดิตของประเทศไทยเป็นระดับที่ติดลบ และยืนยันระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ Baa1
“
สถานการณ์ความไม่แน่นอนของการเมืองไทยที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์แล้ว จะทำให้ภาพความน่าเชื่อถือของประเทศไทยถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง” โทมัส ไบร์น รองประธานอาวุโสของมูดี้ส์ กล่าวในถ้อยแถลงเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ทางด้านสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี ก็ปรับลดระดับเครดิตของประเทศไทยเป็นระดับที่ติดลบเช่นกัน นอกจากนี้ยังยืนยันระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ BBB+
เอสแอนด์พี กล่าวด้วยว่า
“การปรับลดระดับเครดิตของไทยสะท้อนว่าความเสี่ยงของสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจจะขยายไปสู่ความรุนแรงนั้นได้ทำลายระดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยลงอย่างชัดเจน”“
การบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และการปรับลดระดับหนี้สินของรัฐบาลจะช่วยให้ระดับเครดิตของไทยกลับมาดีขึ้น” เอสแอนด์พี กล่าวทิ้งท้าย






