posttoday
ตำรวจกับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน

ตำรวจกับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน

14 เมษายน 2553

....นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์

การลดอุบัติเหตุและการตายบนท้องถนนกำลังเป็นวาระสำคัญของประเทศในเวลานี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตำรวจเป็นหน่วยสำคัญในการรวบรวมจัดการและนำเสนอข้อมูลที่สำคัญที่สุดหน่วยหนึ่ง

ทั้งยังมีศักยภาพสูงที่จะยกระดับข้อมูลมหาศาลในมือ หากเพียงเห็นความสำคัญและให้ความสำคัญกับการจัดการฐานข้อมูลให้มากขึ้น

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถูกนำมาใช้ศึกษาหรือเขียนรายงานเพียง 1 ใน 3 และในจำนวนนั้นถูกยกระดับมาสู่มาตรการแก้ปัญหาที่ใช้ในการปฏิบัติจริงเพียง 10% ซึ่งถือว่าน้อยมาก จึงกลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับสังคมว่า ทำอย่างไรจะเพิ่มการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ปัญหา และยกระดับการจัดการข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยสำคัญที่สุดอยู่ที่บทบาทของผู้บริหาร เมื่อใดที่ผู้บริหารเรียกดูข้อมูลหรือจัดเวทีนำเสนอข้อมูล เมื่อนั้นจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการพัฒนา “ข้อมูล” รวมไปถึง “คนทำงาน” ซึ่งจะค่อยๆ ยกระดับตนเองเป็น “นักข้อมูล” (Information Man) ได้ในที่สุด

หลักการง่ายๆ สำหรับผู้บริหารในการเรียกดูข้อมูล ก็คือ การถามหา 5W จากเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ได้แก่ Whatปัญหาคืออะไร (รถ ถนน คน หรือปัจจัยอื่นๆ) Whereเกิดที่ไหน (นำไปสู่การจัดทำแผนที่อุบัติเหตุ) When–เกิดเมื่อไร (นำไปสู่การจัดทำนาฬิกาอุบัติเหตุ) Whoเกิดกับใคร Whyทำไมจึงเกิด ซึ่งสองส่วนหลังนี้จะนำไปสู่การหามาตรการป้องกันได้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเพื่อการป้องกันอุบัติเหตนั้นมีนัย 2 ระดับ คือ 1.ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อนำไปสู่การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ 2.ข้อมูลการตาย เพื่อนำไปสู่การป้องกันไม่ให้เกิดการตายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารมักสนใจในข้อแรกมากกว่าข้อหลัง ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุนั้นปัจจัยหลักมุ่งไปที่ “คน” แต่เมื่อถามถึงข้อมูลการตาย ปัจจัยหลักจะเริ่มเปลี่ยนไปอยู่ที่ถนนและตัวรถ

จากสถิติอุบัติเหตุบนทางหลวง ปี 2550 พบว่าอุบัติเหตุ 43% เกี่ยวข้องกับการชนวัตถุข้างทาง และในจำนวนนั้นนำไปสู่การตายถึง 34% นั่นหมายความว่าสภาพถนนหนทางในบ้านเรายังสุ่มเสี่ยงพอสมควร หากใครคนหนึ่งพลาดก็มีสิทธิจะชนกับสิ่งกีดขวางหรือต้นไม้ข้างทางเสียชีวิตได้ง่ายๆ

ดังนั้น เรื่องของระบบความปลอดภัย (Safety System) จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมนุษย์สามารถผิดพลาดได้ตลอดเวลา

สวีเดนเป็นประเทศต้นแบบในเรื่องระบบความปลอดภัย โดยเป็นประเทศแรกในโลกที่กล้าประกาศ “Vision Zero” ว่า อีก 5 ปีข้างหน้าจะไม่มีคนตายบนท้องถนน แม้จะยังมีการเกิดอุบัติเหตุอยู่ก็ตาม นั่นเพราะเขาเชื่อมั่นว่าระบบความปลอดภัยของท้องถนนและตัวรถในประเทศมีคุณภาพเพียงพอที่จะไม่ทำให้คนเสียชีวิต

ปัจจุบันนี้การตายบนท้องถนนต่อแสนประชากรของสวีเดนก็ต่ำมาก คือ น้อยกว่า 4 คนต่อแสนประชากร ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 17.77 คนต่อแสนประชากร

นอกจากนี้ระบบช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุของสวีเดนก็มีประสิทธิภาพและมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ขาดก็แต่ “คนไข้” เท่านั้น

อย่างไรก็ดี หัวใจสำคัญที่ต้องเน้นหนักก็คือ การนำข้อมูล (Data) ที่มีอยู่มาแปลงเป็นข้อมูลข่าวสาร (Information) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เช่น การคิดอัตราการเสียชีวิตเทียบกับจำนวนประชากรหรือข้อมูลจุดเสี่ยง ทำอย่างไรจะสามารถวิเคราะห์ แก้ไข และทบทวนบทเรียนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการใช้ข้อมูลเชิงลึก ผู้บริหารต้องเริ่มให้มีการเก็บข้อมูลด้านการจัดการ (3M) ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านกำลังคน (Man) งบประมาณ (Money) อุปกรณ์เครื่องมือ (Material) เพื่อสะท้อนทรัพยากรที่มี และสามารถกระจายทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ท้ายที่สุด เมื่อมีข้อมูล มีการสังเคราะห์ข้อมูลเป็นข่าวสาร ความรู้ แล้วก็ต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เช่น นำเสนอกับผู้เกี่ยวข้อง อาจมีการยกระดับการนำเสนอให้น่าสนใจ เช่น ใช้คลิปวิดีโอประกอบ ถอดบทเรียนของคนทำงานภาคปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนความรู้ของคนทำงานซึ่งเหมือนเป็นความรู้ล่อนจ้อนให้เป็นความรู้นุ่งผ้า โดยผ่านกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ถอดบทเรียนแล้วนำไปสู่การเผยแพร่ในวงกว้างได้

ท้ายที่สุด หากตำรวจมีฐานข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และนำเสนอมาตรการเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเสียแล้ว เรื่องงบประมาณและเครื่องมือต่างๆ ที่เคยขาดแคลนและถูกปฏิเสธมาโดยตลอดก็คงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะไม่ว่าฝ่ายบริหารระดับไหนก็คงไม่อาจปฏิเสธแนวทางของท่านได้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท