
ยกไทยต้นแบบการบริโภคแมลง
นับเป็นประเด็นที่สื่อทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมากสำหรับการแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนอาหารโลก ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ได้เสนอให้ประชาคมโลกหันมาบริโภคแมลงมากขึ้น เนื่องจากไม่เพียงแต่จะมีปริมาณมหาศาลสวนทางกับอาหารชนิดอื่นๆ แล้ว ทว่ายังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากอุดมด้วยโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามิน
นับเป็นประเด็นที่สื่อทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมากสำหรับการแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนอาหารโลก ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ได้เสนอให้ประชาคมโลกหันมาบริโภคแมลงมากขึ้น เนื่องจากไม่เพียงแต่จะมีปริมาณมหาศาลสวนทางกับอาหารชนิดอื่นๆ แล้ว ทว่ายังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากอุดมด้วยโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามิน
ล่าสุด เอพีเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์ ซึ่งระบุว่า ประเทศไทยซึ่งมีวัฒนธรรมบริโภคแมลงอยู่แล้ว กำลังเป็นต้นแบบการบริโภคแมลงให้กับชาวโลก
ดร.ยุพา หาญบุญทรง นักกีฏวิทยาชาวไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยบริโภคแมลงกว่า 200 ชนิด ทว่าแม้อุตสาหกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 900 ล้านบาท) ทว่าแมลงที่มีการวางจำหน่ายตามท้องตลาดนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ชนิด
ด้านไฟแนนเชียลไทมส์ สื่อชื่อดัง แสดงความเห็นว่า ประเทศไทยนับเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศที่บริโภคแมลง โดยข้อมูลจากเอฟเอโอนั้นพบว่าไทยผลิตแมลงได้ราว 7,500 ตันต่อปี
“แมลงนับเป็นอาหารที่ได้รับการยอมรับในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ซึ่งแหล่งโปรตีนอื่นๆ อาทิ เนื้อสัตว์นั้นอาจมีราคาแพงเกินสำหรับการบริโภคหรือผลิต” รายงานระบุ
ทั้งนี้ ในบรรดาแมลงที่มีการจำหน่ายในไทยนั้น หนอนไม้ไผ่ จิ้งหรีด และตั๊กแตนได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมีราคาต่ำมาก โดยแมลง 100 กรัม มีราคาไม่ถึง 1 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ไฟแนนเชียลไทมส์ยังระบุอีกว่า เกษตรกรที่เพาะแมลงขายสามารถทำกำไรได้สูงถึง 2,200 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.6 หมื่นบาท) ต่อการเพาะ 1 ครั้ง ทว่าน่าเสียดายที่รัฐบาลไทยไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยมองแมลงเป็นเพียงศัตรูต่ออุตสาหกรรมข้าวเท่านั้น สวนทางกับประเทศลาว ซึ่งบริโภคแมลงเช่นเดียวกัน ที่มีการส่งออกแมลงไปยังต่างประเทศ
วันเดียวกัน เอพีเปิดเผยรายงานอ้างผู้ประกอบการไทย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการอ่อนค่าของเงินเยน ภายหลังรัฐบาลแดนปลาดิบเดินหน้าอัดฉีดเงินเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ยอดสั่งซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นลดลงมาก เพราะพอเงินเยนอ่อน สินค้าของเราก็ราคาแพงขึ้น” ธมลวรรณ เจ้าของธุรกิจส่งออกลูกชิ้น ซึ่งพึ่งพารายได้ราว 1 ใน 10 จากญี่ปุ่น กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 6.2% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยเมื่อช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แข็งค่าสูงสุดในรอบ 19 เดือน







