
บริหารจัดการให้ดี
ช่วงระยะเวลา 2 ปีเศษของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐที่หนักหนาสาหัส
ช่วงระยะเวลา 2 ปีเศษของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐที่หนักหนาสาหัส
ปัญหาแรก คือ การบริหารจัดการเรื่องไฟฟ้า ที่ล่าสุดไฟฟ้าดับพร้อมๆ กันในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ แม้จะมีความเสียหายไม่มาก เพราะเกิดในช่วงค่ำ ยกเว้นธุรกิจโรงแรม และโรงงานบางประเภทที่เดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ก็กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านพลังงานเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้ามาโดยตลอด เริ่มจากการหยุดจ่ายก๊าซจากแหล่งผลิตในพม่า เมื่อวันที่ 59 เม.ย.ที่ผ่านมา จนรัฐบาลออกมารณรงค์และขอความร่วมมือจากโรงงานขนาดใหญ่ให้หยุดผลิต 12 วัน เพื่อป้องกันไฟตก ไฟดับ
ผ่านมาอีก 1 เดือน คือวันที่ 8 พ.ค. ก็เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่เขตลาดพร้าวและเขตบางเขน กทม. เกือบ 1 ชั่วโมง สาเหตุจากระบบควบคุมอุปกรณ์อัตโนมัติที่สถานีจ่ายไฟของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำงานผิดพลาด
ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ สาเหตุที่ไฟฟ้าดับเกิดจากสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ.อีก โดย รมว.พลังงาน ระบุว่าเกิดจากปัญหาฟ้าผ่า
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานของไทย ทั้งเรื่องเชื้อเพลิงที่ไทยเน้นการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลักในการผลิตไฟฟ้า ปัญหาสายส่ง การบำรุงรักษาต่างๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานาน
ขณะที่เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ ประเทศไทยก็เพิ่งถูกมหาอุทกภัยสร้างความเสียหายไปตั้งแต่ภาคเหนือไล่มาภาคกลางจนถึงกรุงเทพมหานครศูนย์กลางเศรษฐกิจ
ซึ่งน่าสังเกตว่า ทั้งเรื่องไฟฟ้าและเรื่องน้ำไม่ได้เกิดอย่างฉับพลันทันด่วน แต่ปัญหาถูกสั่งสมและไม่ได้รับการแก้ไขมานานนับสิบปี เพียงแต่ผลเพิ่งมาปะทุและให้เห็นในระยะนี้ติดๆ กัน สาเหตุนอกจากการต่อต้านจากชาวบ้านและเอ็นจีโอแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่างทุ่มงบนับแสนล้านบาทในโครงการประชานิยมต่างๆ และละทิ้งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีการจัดสรรงบที่เพียงพอให้
ผลก็อย่างที่เห็น นอกจากต้องใช้งบ 3.5 แสนล้านบาทบริหารจัดการน้ำ และอีก 5 แสนล้านบาทในเรื่องไฟฟ้าแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความน่าลงทุนในไทยอีกด้วย
ที่ผ่านมาหลายฝ่ายจึงออกมาเตือนรัฐบาลให้บริหารจัดการงบประมาณหรือการก่อหนี้ โดยจัดลำดับความสำคัญของปัญหา และคัดเลือกโครงการให้เหมาะสม เพื่อจะได้ใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ไม่เช่นนั้นปัญหาน้ำและไฟก็จะหวนมาสร้างความพินาศให้เศรษฐกิจไทยไม่รู้จบ







