
สินค้าไทยยกทัพบุกอาเซียน
ชิงเค้กอาหาร-เครื่องดื่มรับเออีซีปั้นแบรนด์ภูมิภาคไต่สู่ตลาดโลก
ชิงเค้กอาหาร-เครื่องดื่มรับเออีซีปั้นแบรนด์ภูมิภาคไต่สู่ตลาดโลก
ทัพอาหารเครื่องดื่มไทย ดาหน้าบุกอาเซียน ปั้นแบรนด์ไทยสู่รีจินัล หวังเป็นบันไดไต่สู่ตลาดโลก
นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแปรรูปเบทาโกร เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 บริษัทวางแผนรุกขยายตลาดในอาเซียนมากขึ้น โดยจะใช้รูปแบบการทำธุรกิจในไทยเป็นต้นแบบ คือการเจาะกลุ่มธุรกิจก่อนและขยายสู่ตลาดผู้บริโภค
สำหรับการทำธุรกิจในอาเซียน จะมุ่งธุรกิจการเกษตร ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อาหารสัตว์ เพื่อปูรากฐานเข้าทำตลาดอาหารภายในประเทศนั้นๆ ล่าสุดได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างฟาร์มเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารสัตว์ที่ประเทศกัมพูชา รวมทั้งส่งออกสินค้าแปรรูปไปยังกัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมาร์แล้ว ทั้งนี้บริษัทใช้แบรนด์เอสเพียวเจาะตลาดระดับบน ส่วนเบทาโกรเจาะตลาดทั่วไป ล่าสุดได้ปรับแบรนด์สินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ไฮมีท และไข่ไก่ไฮเอ้ก เป็นแบรนด์เบทาโกรในงานไทยเฟ็กซ์ ที่จัดขึ้นวันที่ 22-26 พค.นี้ ที่ เมืองทองธานี เพื่อโชว์ศักยภาพให้กับนักธุรกิจในอาเซียนที่จะเข้ามาชมงาน และเจรจาในงานแสดงสินค้าอาหารไทย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ คือ การเจรจามาตรการนำเข้าอาหารปลอดภัย ที่เสมือนเป็นกำแพงกีดกั้นการนำเข้าอาหารของไทย เพื่อให้สินค้าไทยเข้าไปทำตลาดได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ จากแผนบุกอาเซียน 3 ปี บริษัทตั้งเป้ารายได้ส่งออกเพิ่มจาก 35% เป็น 10% จากรายได้รวม 6.8 หมื่นล้านบาทในปัจจุบันขณะที่แผนตลาดในประเทศจะมุ่งขยายธุรกิจเจาะกลุ่มผู้บริโภคเพิ่มจาก 10% เป็น 2030% ภายใน 3 ปี หรือเติบโต 30-50% ต่อปี พร้อมทั้งเร่งขยายช่องทางโมเดิร์นเทรดให้ครอบคลุมจาก 30% เป็น 100%
นายวิทวัส ตันติเวสส รองกรรมการผู้จัดการบริหารด้านการตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตอาหารแปรรูปแบรนด์ซีพี กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียมีเศรษฐกิจเติบโตสูง โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่มีผู้ประกอบการจากต่างชาติเข้ามาเปิดตลาดมากขึ้น ดังนั้น บริษัทจึงวางเป้าหมายเร่งสร้างแบรนด์และตอกย้ำความแข็งแกร่งอาหารปลอดภัย โดยเข้าไปทำตลาดอาหารแปรรูปในฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา
“ธุรกิจอาหารในอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เพราะมีคู่แข่งไม่มากนัก ขณะนี้ในสิงคโปร์และมาเลเซีย ซีพีก้าวสู่รีจินัลแบรนด์แล้ว เหลือประเทศอื่นๆ ที่บริษัทกำลังขยายตลาด เพื่อเป็นบันไดก้าวสู่ตลาดโลก” นายวิทวัส กล่าว
นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานบริหารกลุ่ม บริษัท พี.เอฟ.พี. กล่าวว่า พฤติกรรมของคนอาเซียนเริ่มมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในชีวิตประจำวัน จึงเป็นโอกาสสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานที่จะเข้าไปทำตลาด สำหรับบริษัทปีนี้จะมุ่งพัฒนาตัวแทนจำหน่ายแต่ละประเทศในอาเซียนให้มีศักยภาพในการทำตลาดมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนผู้ประกอบการในเมียนมาร์ ซึ่งมีโรงงานผลิตวัตถุดิบเนื้อปลาและเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเล เพื่อรองรับกับแผนขยายตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดหลักสร้างรายได้ 50% จากรายได้ส่งออกโดยรวม
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของการทำธุรกิจอาหารไทย คือ อาหารฮาลาล ที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งภาครัฐต้องเร่งผลักดันเพราะประชากรทั่วโลกเป็นชาวมุสลิม 4,000 ล้านคน และในเฉพาะอาเซียนมี 400 ล้านคน จากจำนวนประชากร 600 ล้านคน
สำหรับงานไทยเฟ็กซ์ปีนี้ มีสินค้าอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมแสดงสินค้ามากกว่า 3,100 คูหา หรือมีกว่า 1,100 บริษัท โดยมีกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติเข้าร่วมงานเพิ่มจาก 2.52 หมื่นคน เป็น 2.56 หมื่นคน และผู้บริโภคทั่วไป 6.65 หมื่นคน เป็น 6.7 หมื่นคน
นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทอาหารและเครื่องดื่มของไทยที่เข้าร่วมงาน อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ มาลีสามพราน อำพลฟูดส์ โพรเซสซิง ฯลฯ ต่างมีเป้าหมายพบปะเจรจาธุรกิจเพื่อบุกตลาดอาเซียนกันถ้วนหน้า







