
ชง5ข้อค้านเขมรเสนอพระวิหารเข้ามรดกโลก
กก.แห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เสนอ 5 มาตรการค้านกัมพูชานำปราสาทพระวิหารเข้าที่ประชุมมรดกโลก
กก.แห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เสนอ 5 มาตรการค้านกัมพูชานำปราสาทพระวิหารเข้าที่ประชุมมรดกโลก
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเตรียมการท่าทีของประเทศไทยในการกำหนดนโยบายต่อกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้ง ครั้งที่ 37 นี้ ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมีประเทศกัมพูชาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ระหว่างวันที่ 16-26 มิ.ย.นี้ 2556 นี้ มีการเตรียมพร้อมสำหรับในกรณีที่กัมพูชาอาจมีการเสนอประเด็นดังกล่าวเข้าในที่ประชุม โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ มีทั้งหมด 5 มาตรการ ดังนี้
1.กรณีคณะกรรมการมรดกโลกยืนยันที่จะพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดินแดนและอธิปไตย เหนือดินแดนของไทย ให้ดำเนินการคัดค้านหรือไม่ร่วมประชุม
2.กรณีมติคณะกรรมการมรดกโลกตามข้อที่ 1 มีผลกระทบกระเทือนต่ออธิปไตยของไทย ราชอาณาจักรไทยจะไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามมติดังกล่าว โดยจะยึดถืออธิปไตยของชาติเป็นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด และจะดำเนินการตามขบวนการภายในประเทศต่อไป
3.ในกรณีที่มีการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณตัวปราสาท ราชอาณาจักรไทยควรให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำสั่งมาตรการชั่งคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งข้อ B4 ของคำสั่งศาลฯ ระบุว่า “ให้ทั้งสองฝ่ายงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ข้อพิพาทในศาลฯ ทวีความรุนแรงหรือแก้ไขได้ยากขึ้น” ทั้งสองประเทศจึงไม่ควรทำการใด ๆ บริเวณปราสาทพระวิหารจนกว่าศาลฯ จะมีคำตัดสินในคดีตีความปราสาทพระวิหารปี พ.ศ. 2505
รวมทั้งควรรอผลการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (JBC) และควรเสนอให้ปราสาทพระวิหารออกจากกลไกการติดตามตรวจสอบ (Reinforced Monitoring Mechanism : RMM) เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ (ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา)
4.กรณีที่วาระเงินช่วยเหลือจากเงินกองทุนมรดกโลก มีการให้การสนับสนุนกัมพูชา เพื่อกิจกรรมใด ๆ ของกัมพูชา ที่เป็นการดำเนินการในพื้นที่ของไทย ไทยควรคัดค้านเพื่อไม่ให้มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น และขอให้ศูนย์มรดกโลกและ/หรือคณะกรรมการมรดกโลก ตรวจสอบการใช้เงินกองทุนมรดกโลกของกัมพูชาที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บูรณะแหล่งมรดกโลก เช่น การซ่อมแซมตลาดบริเวณเชิงบันไดนาค หรือปรับปรุงกิจกรรมอื่น ๆ ของกัมพูชา
5.กรณีปราสาทพระวิหาร อาจปรากฏในวาระที่ 7B : State Conversation of World Heritage Properties Inscribed on the World Heritage List (สถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมปราสาทพระวิหาร) โดยกัมพูชาอาจเสนอเป็นวาระเพิ่มเติมเข้ามา ดังนั้น ราชอาณาจักรไทยควรเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างข้อตัดสินใจ (Draft Decision) และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารต่าง ๆ ด้วย เช่น สรุปรายงานการอนุรักษ์ปราสาทโดยศูนย์มรดกโลก เพื่อโต้แย้งหรือชี้แจงทำความเข้าใจกับประเทศสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก หากมีการร่างพิจารณาข้อตัดสินใจ
นายปรีชากล่าวว่า เชื่อว่าประเทศกัมพูชาจะไม่เสนอเรื่องของปราสาทพระวิหารในการประชุมที่กัมพูชาเองเป็นประธานในครั้งนี้ เนื่องจากในการประชุมนั้นจะต้องผ่านคณะกรรมการบริหารงานของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะต้องมีการประชุมทุกวัน และในครั้งนี้ประเทศไทยเองได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองประธานการประชุม ร่วมกับภาครัฐอื่น ๆ อีก 4 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย สาธารณรัฐโคลอมเบีย สาธารณรัฐเซเนกัล และสมาพันธรัฐสวิส
"หากมีการนำเสนอเรื่องปราสาทพระวิหารเข้ามาจริง ทางกัมพูชาเองก็ต้องให้รองประธานการประชุมนั้นขึ้นเป็นประธานแทน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏวาระการประชุมที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด"นายปรีชากล่าว
นายปรีชากล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 37 นี้ ประเทศไทยเองจะทำการเสนอ “วัดมหาธาตุ” ขึ้นเป็นมรดกโลกด้วยเช่นกัน







