
ออกหมายจับแก๊งหลอกสาวค้ากามเกาหลี
ศาลอนุมัติหมายจับแก๊งค้ากามเกาหลีใต้ 3 คน หลังหลอกสาว17ขายสถานบริการในกรุงโซล หนึ่งในผู้ต้องหาติดต่อมอบตัวแล้ว
ศาลอนุมัติหมายจับแก๊งค้ากามเกาหลีใต้ 3 คน หลังหลอกสาว17ขายสถานบริการในกรุงโซล หนึ่งในผู้ต้องหาติดต่อมอบตัวแล้ว
พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กองกำกับการ 1 บก.ปคม. ได้นำหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา คดีล่อลวงเหยื่อสาววัย 17 ปี ไปขายในซ่องเกาหลีใต้ โดยศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นางเพียงใจ คิม อายุ 37 ปี อาของเหยื่อ นายชุน ซอง กึม หรือเอ็ม อายุ 36 ปี ชาวเกาหลีใต้ และ น.ส.ทิพย์วรรณ เต็มเปา อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นคนนำพาเหยื่อขึ้นเครื่องไปกรุงโซล
ทั้งสามคนถูกออกหมายจับตามหมายจับศาลอาญาที่ 896-898/2556 ลงวันที่ 22 พ.ค. ตามลำดับ ในข้อหา ร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็ก
พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.ปคม. กล่าวว่า หลังจากนี้ทางชุดสืบสวนจะเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด โดยเบื้องต้นทราบว่า นางเพียงใจ ได้ติดต่อกับพนักงานสอบสวนแล้วว่า จะเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี โดยขณะนี้ยังอยู่ในเกาหลีใต้ หากเดินทางกลับมาเมื่อใดก็จะประสานกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อรับตัวที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนผู้ต้องหาอีกสองคนก็อยู่ที่เกาหลีใต้เช่นเดียวกัน
ส่วนชาวเกาหลีใต้ราว 7 คน ที่ทำหน้าที่ดูแลร้าน เก็บเงินค่าบริการทางเพศจากลูกค้า และเป็นมาเฟียควบคุมร้านนั้น ตำรวจ ปคม. กำลังประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งต้องดูข้อกฎหมายการค้ามนุษย์ของประเทศเกาหลีใต้ก่อน หากดำเนินการได้ก็อาจจะปฏิบัติการร่วมกันสองประเทศในการจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวด้วยว่า จากการสอบปากคำเหยื่อทราบว่าวันแรกที่ไปถึงก็ถูกยึดหนังสือเดินทาง และกลุ่มมาเฟียอ้างว่าเธอต้องจ่ายหนี้ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าดำเนินการหนังสือเดินทาง ค่าอาหาร และที่พักรวมแล้วราว 5 หมื่นบาท จากนั้นก็พาเธอไปบังคับให้ค้าประเวณีกับลูกค้าในวันนั้นทันที โดยในวันแรกถูกบังคับให้ขายบริการจากลูกค้า 2 ราย โดยคิดค่าบริการครั้งละ 6 หมื่น – 1 แสนวอน หรือประมาณ 2-3 พันบาท โดยเธอได้ค่าส่วนแบ่งเพียง 5 พันวอน หรือประมาณ 150 บาท เท่านั้น
มีรายงานด้วยว่า ช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา เหยื่อสาวได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คของตนเองว่า “อยากขอโทษอา รักอา สงสารอา ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ และไม่อยากให้อาโดนตำรวจจับ” ทาง พล.ต.ต.ชวลิต จึงเข้าไปสอบถามว่าทำไมถึงโพสต์แบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นที่เข้าไปอ่านจะเข้าใจผิด ทั้งนี้ตอนที่เดือดร้อนก็มาขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตอนนี้กลับไปสงสารคนที่ทำไม่ดีกับเธอ ขอให้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย จากนั้นเหยื่อจึงได้เข้าไปลบข้อความดังกล่าวทิ้งไป







