
พท.ชงหั่นอำนาจสว.สรรหา
เพื่อไทยชงหั่นอำนาจ สว.สรรหาห้ามแต่งตั้ง-ถอดถอน หวั่น 75 เสียงลักไก่สอยนายกฯ ช่วงเปลี่ยนผ่านระบบ ชี้ต้องรอ สว.เลือกตั้งชุดใหม่คืนสภาสูง
เพื่อไทยชงหั่นอำนาจ สว.สรรหาห้ามแต่งตั้ง-ถอดถอน หวั่น 75 เสียงลักไก่สอยนายกฯ ช่วงเปลี่ยนผ่านระบบ ชี้ต้องรอ สว.เลือกตั้งชุดใหม่คืนสภาสูง
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่ว่าด้วยการแก้ไขที่มาของ สว.มี นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนมาตรา 10 ของร่างที่กำหนดว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขบังคับใช้ให้ สว.เลือกตั้งและสว.สรรหา สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ แต่หากมีเหตุตำแหน่งว่างลงก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ต้องดำเนินการเลือกตั้งซ่อม
พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอเพิ่มเติมให้มีการจำกัดกรอบหน้าที่ของ สว.สรรหาที่ยังอยู่ในตำแหน่งภายหลัง สว.เลือกตั้งครบวาระดำรงตำแหน่ง โดยไม่ให้ สว.สรรหาพิจารณาถอดถอนหรือแต่งตั้งบุคคลในการดำรงตำแหน่งตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ จนกว่าจะได้ สว.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขกำหนดไว้
ทั้งนี้ในวันที่ 2 มี.ค.57 สว.เลือกตั้งจะครบวาระดำรงตำแหน่งจึงทำให้วุฒิสภาจะมีเพียงสว.สรรหา จำนวน 75 คนที่ยังปฏิบัติหน้าที่ไปอีก 3 ปี ดังนั้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านระบบสว.จึงไม่ต้องการให้สว.สรรหา ทำงานในภารกิจสำคัญ ดังนั้นจึงต้องมีการตีกรอบอำนาจหน้าที่ไว้
นายสุนัย จุลพงศธร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ กมธ.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจำกัดกรอบหน้าที่ ของ สว.สรรหา เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในช่วงที่ สว.เลือกตั้งครบวาระ ซึ่งเหลือเพียง สว.สรรหาเท่านั้น หากมีการยื่นพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือถอดถอนบุคคลสำคัญในช่วงนี้ กังวลว่า สว.สรรหาจะลักไก่พิจารณาถอดถอนบุคคลได้เลย ซึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้องเพราะอำนาจถอดถอนของสว.สรรหาไม่ได้มาจากอำนาจของประชาชน
อย่างไรก็ตาม กมธ.เสียงข้างมากเห็นด้วยกับข้อเสนอของ พล.ต.อ.วิรุฬห์ ที่เสนอให้ชะลอการพิจารณาการถอดถอนหรือแต่งตั้งบุคคลจนกว่า สว.เลือกตั้งชุดใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่ โดยนำข้อเสนอดังกล่าวเพิ่มเติมลงไปในมาตรา 12 เรื่องการจำกัดอำนาจของ สว.ชุดปัจจุบัน โดยเพิ่มเติมวรรคสองว่า “เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งวุฒิสภาเป็นการทั่วไป ตามวรรคหนึ่งแล้ว วุฒิสภาตามมาตรา 10 จะปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาให้บุคคลให้ดำรงตำแหน่ง หรือถอดถอนบุคคลใดออกจากตำแหน่ง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมิได้ จนกว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้าปฏิบัติหน้าที่”
สำหรับการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 28 พ.ค.นี้ กมธ.จะมีการทบทวนและจะเชิญผู้สงวนคำแปรญัตติมาชี้แจงอีกครั้ง จากนั้นจะเชิญสส.ที่ได้เสนอคำแปรญัตติมาชี้แจงเหตุผลต่อกมธ. หลังการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 ในวาระ1 เสร็จสิ้นลง







