
เศรษฐกิจเอเชียชะลอตัว
นับเป็นเหตุการณ์ที่สื่อต่างชาติจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับการเปิดเผยดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทย ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้หดตัว 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
นับเป็นเหตุการณ์ที่สื่อต่างชาติจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับการเปิดเผยดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทย ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้หดตัว 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
เว็บไซต์ไฟแนนเชียลไทมส์ สื่อชื่อดังด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์จากหลายสำนัก ซึ่งเตือนว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังจากไทยสะท้อนให้เห็นว่า บรรดาชาติเอเชีย ซึ่งนับเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโตเร็วที่สุด กำลังได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าจากการชะลอตัวของบรรดาเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ประกอบกับการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
“เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวเป็นผลพวงจากความต้องการที่ลดลงจากจีน สหรัฐ และยุโรป รวมทั้งจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวสูงสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งฉุดส่งออกอย่างหนัก โดยตัวเลขจากไทยนั้นมีขึ้นภายหลังเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ต่างกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวทั้งสิ้น” รายงานระบุ
ด้าน แดเนียล มาร์ติน นักเศรษฐศาสตร์จากแคปปิตอล อีโคโนมิกส์ ในสิงคโปร์ เตือนว่า เศรษฐกิจเอเชียกำลังชะลอตัว โดยภาคที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ ภาคส่งออก
ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 42 ล้านล้านบาท) เพื่อหวังนำพาเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด โดยนักวิเคราะห์เตือนว่า ตลาดเอเชียจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเงินทุนไหลทะลัก ซึ่งเสี่ยงนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์
อย่างไรก็ตาม มาร์ค วิลเลียมส์ นักเศรษฐ ศาสตร์อีกรายจากแคปปิตอล อีโคโนมิกส์ ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเอเชียยังแข็งแกร่ง ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังนั้นมีสาเหตุจากการที่หลายฝ่ายตั้งความหวังไว้สูงเกินไป
“สำหรับไทยและมาเลเซีย ที่ผ่านมามีปัจจัยหนุนการเติบโต ทว่าพอขาดปัจจัยเหล่านั้นเศรษฐกิจก็ชะลอตัว แต่ผมก็ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศจะโต 45% ในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากหากเทียบกับสภาพเศรษฐกิจโลกโดยรวม” วิลเลียมส์ กล่าว
วันเดียวกัน เว็บไซต์อินเตอร์เพรสเซอร์วิส (ไอพีเอส) ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่นำเสนอข่าวด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลก เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในภาคเหนือของไทย โดยระบุว่า แรงงานเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเมียนมาร์ มีชีวิตที่ยากลำบาก และมักถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง
“แรงงานคนหนึ่งเล่าว่า พวกเขาไม่ได้อยากย้ายมาทำงานในไทยเลย ทว่าไม่มีทางเลือกอื่น เพราะสถานการณ์ในเมียนมาร์ไม่สงบ ขณะที่ชีวิตในไทยนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากฝันร้ายเลย” ไอพีเอส รายงาน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวราว 2.5 ล้านคนในไทย โดยในจำนวนนี้มากถึง 82% มาจากเมียนมาร์ ส่วน 8.4% มาจากลาว และ 9.5% มาจากกัมพูชา







