posttoday
นักเที่ยวขาจร ปลุกสงกรานต์ข้าวสารคึกคัก เงินสะพัดพลาดเป้า!

นักเที่ยวขาจร ปลุกสงกรานต์ข้าวสารคึกคัก เงินสะพัดพลาดเป้า!

14 เมษายน 2553

8...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

แม้จะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ต้องมีการยกเลิกการจัดงานสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เพื่อเหตุผลทางด้านความปลอดภัยของผู้มาเที่ยวร่วมงาน แต่เอาเข้าจริงๆ ตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่ 12 เม.ย. ต่อเนื่องมาถึงวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของเทศกาลสงกรานต์อย่างเป็นทางการ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ ก็กลับฟื้นตื่นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ภาพของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสวมเสื้อผ้าทะมัดทะแมง มือถือปืนฉีดน้ำสีสันสดใส ที่ค่อยๆ เดินทางเข้ามาเล่นสงกรานต์สาดน้ำฉีดน้ำกันอย่างสนุกสนาน แม้จะไม่ได้มีการจัดงานอย่างเป็นทางการ ทำให้ภาพของความสนุกสนานกับเทศกาลแห่งสายน้ำ เริ่มกลับคืนสู่พื้นที่ถนนข้าวสารอีกครั้งหนึ่ง

ในช่วงเช้าของวันที่ 13 เม.ย. นี้เอง สุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร และ สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เป็นประธานในพิธีทำบุญถนนข้าวสาร เนื่องในวันสงกรานต์ พร้อมสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตบริเวณสี่แยกคอกวัวจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา

แม้ว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางกลับเข้ามาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานในพื้นที่หลังเกิดเหตุเศร้าเสียใจ แต่สุรัตน์ก็ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเดินหน้าจัดงานสงกรานต์ย้อนยุค ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่า ขอดูสถานการณ์ต่างๆ ก่อน ถ้าหากดีขึ้นจะกลับมาจัดงานอีกครั้ง

“ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป เรามองว่าเราคงไม่พร้อมจะจัดงานแล้ว เนื่องจากมีเหตุการณ์รุนแรงและมีผู้เสียชีวิต การจัดงานร่าเริงอาจจะไม่เหมาะ ก็เลยจัดพิธีทางสงฆ์ไป มีทำบุญเลี้ยงพระ มีสรงน้ำหลวงปู่ข้าวสาร ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ส่วนจะมีใครเล่นน้ำก็เชิญได้ตามสบาย แต่เราก็คงดูไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไรในช่วงนี้”

นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่ไหลหลั่งเข้ามาเล่นน้ำกันในพื้นที่จำนวนมากแล้ว บรรดาแม่ค้าพ่อขายในพื้นที่ต่างก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะธุรกิจปืนฉีดน้ำและเครื่องดื่มต่างๆ นานาชนิดก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ร้านรวงที่จำหน่ายสินค้าที่ปิดไปก่อนหน้านี้จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ได้เริ่มกลับมาตั้งแผงเปิดร้านกันอีกครั้ง

ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมการด้านความปลอดภัย โดยบางร้านก็ตั้งแผงรั้วเหล็กเพื่อรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ทางเข้าถนนทุกด้านก็มีการตรวจตราผู้เดินทางเข้าไปเล่นน้ำสงกรานต์ในถนนข้าวสารด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการนำอาวุธเข้าไปใช้ก่อเหตุ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่นักท่องเที่ยวเข้ายึดพื้นที่ในช่วงวันที่ 12 เม.ย. ก่อนที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะตามมาในวันที่ 13 เม.ย. จนกลายเป็นเทศกาลสงกรานต์บนถนนข้าวสาร ถึงแม้ว่าจำนวนผู้เล่นจะบางตาลงไปเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและปีก่อนโน้น แต่ถ้าเทียบกับบรรยากาศช่วง 12 วันก่อนหน้านั้น ถือว่าสงกรานต์ถนนข้าวสารในปีนี้ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจดจำไว้ เพราะเป็นความสนุกสนานท่ามกลางหมอกควันความสูญเสียของคนไทยจากความขัดแย้งทางการเมืองที่มิอาจเจรจาตกลงกันได้

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่งจะเริ่มเดินทางเข้ามาเล่นสงกรานต์มากขึ้น แต่ก็คงไม่ส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจในพื้นที่มากนัก แม้จำนวนการเข้าพักไม่ได้สูงขึ้นมากนัก ผู้ให้บริการเกสต์เฮาส์รายหนึ่ง กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่มีอยู่ก็ยังเดินทางออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาบ้าง แต่ระยะเวลาในการพักอาศัยก็จะไม่นานเหมือนที่ผ่านมา ที่จะอยู่กันอย่างต่ำคนละสัปดาห์ขึ้นไป

“ตอนนี้อัตราการเข้าพักส่วนใหญ่วิ่งกันอยู่ที่ประมาณ 1020% เต็มที่เลยก็ไม่น่าเกิน 30% เพราะว่านักท่องเที่ยวเก่าที่เขาเห็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เขาก็เดินทางออกไปเรื่อยๆ ตามที่จะจองตั๋วเครื่องบินเดินทางไปได้ ขณะที่นักท่องเที่ยวเข้ามาใหม่ก็จะอยู่พักไม่นาน แต่ก็ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับที่เราคิดกันตอนแรกว่า ปีนี้ข้าวสารอาจจะร้างเป็นป่าช้า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี”

เขาบอกอีกว่า นักท่องเที่ยวบางกลุ่มตัดสินใจเลือกจองที่พักโรงแรมที่อยู่ไกลจากถนนข้าวสารออกไป แล้วเดินทางเข้ามาเล่นสงกรานต์เพียงอย่างเดียว ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ภาพรวมของข้าวสารไม่ฟื้นตัวมากนัก เพราะปกติแล้วไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามานั้น ปกติจะเข้ามาพักอาศัยที่นี่ กินข้าวที่นี่ ตกกลางคืนเลิกเล่นสงกรานต์ก็เที่ยวในข้าวสาร เรียกว่ามีการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนกันตลอด แต่ในปีนี้ถนนข้าวสารกลายเป็นสถานที่เล่นสงกรานต์เท่านั้น การใช้จ่ายเงินก็อาจจะลดลงไปมาก

สอดคล้องกับที่สุรัตน์ บอกว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาพักกันมากขึ้น ทำให้อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 30% แต่ก็ยังลดลง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 70% ซึ่งในเบื้องต้น คาดหวังว่าในปีนี้จะมีจำนวนผู้เข้าพักถึง 90% แต่จำนวนคนที่เข้ามาเล่นสงกรานต์ ไม่มีผลต่อการหมุนเวียนของธุรกิจในถนนข้าวสาร

“คนไทยที่มาเที่ยวไม่มีการจับจ่ายใช้สอย แตกต่างจากชาวต่างชาติที่เข้ามา ซึ่งวัยรุ่นไทยพอเข้ามาเที่ยวเสร็จก็กลับบ้าน ทำให้ในปีนี้เงินไม่ค่อยสะพัดเท่าที่ควร แต่ผมมองว่าในภาพรวมถ้านักท่องเที่ยวเข้ามาพักมากขึ้นเป็น 30% มีการเข้ามาใช้ชีวิตที่ข้าวสาร เศรษฐกิจคงกระเตื้องขึ้นบ้างเพียงเล็กน้อย ซึ่งเราต้องดูสถานการณ์กันวันต่อวัน เพราะตอนนี้ยังมีลูกค้าเข้าและออก คงต้องสรุปอีกครั้งหลังจบเทศกาล”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าถนนข้าวสารในวันนี้อาจจะไม่ใช่ขุมรายได้สำหรับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ แต่จากความคึกคักที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายนั้น ย่อมเป็นนิมิตหมายอันดีว่า เทศกาลสงกรานต์ก็ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติต่อไป

ขอเพียงความสงบสุขกลับคืนมา ความครึกครื้นแบบเต็มรูปแบบบนถนนเส้นเล็กๆ ความยาว 300 เมตรเส้นนี้ ก็จะกลับคืนมาอีกครั้งอย่างแน่นอน!!! หากทุกอย่างเดินเข้าสู่ภาวะความสงบได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน