
ญาติแดงแซ่ซ้องในหลวง แต่ต้องรอแกนนำตัดสินใจ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ และค่าใช้จ่ายในการทำศพแก่ผู้เสียชีวิตแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ที่ผ่านมา ทั้งนี้สำนักราชเลขาธิการได้เชิญพระราชกระแสแจ้งให้โรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป
นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ขณะนี้ นปช.ได้ช่วยเหลือคนเสื้อแดงแบบคนจนไปแล้ว โดยค่าทำศพรายละ 1 หมื่นบาท ผู้บาดเจ็บรายละ 5,000 บาท
เมื่อถามว่า เมื่อมีพระมหากรุณาธิคุณมาแล้ว จะมีการนำศพคนเสื้อแดงมาแห่อีกหรือไม่ นพ.เหวง กล่าวว่า ต้องปรึกษากับแกนนำก่อนว่าจะเห็นอย่างไร ขณะนี้ยังตอบไม่ได้
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ปราศรัยที่เวทีผ่านฟ้าลีลาศว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิตจะมีการฌาปนกิจศพแบบไพร่โบราณที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
สำหรับความเห็นของญาติผู้เสียชีวิต นายพิสันต์ โตพาณิชย์ หลานเขยของนายทศชัย ฤกษ์งามฟ้า ผู้เสียชีวิตอายุ 44 ปี กล่าวว่า รู้สึกปลื้มปีติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตา เพราะคนเสื้อแดงไปชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์ สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น นปช.มอบเงินสดให้ 2 หมื่นบาท ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะมอบเงินให้ 4 แสนบาท และขณะนี้ศพได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดแคนางเลิ้งแล้ว
นายโยธิน ไหมประเสริฐ บุตรชายนายบุญจัน ไหมประเสริฐ อายุ 54 ปี ระบุว่า รู้สึกดีใจที่บิดาได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีแนวทางอย่างไร
“
ศพพ่ออยู่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่อีกนานเท่าไร ขึ้นอยู่กับแกนนำ และต้องปรึกษาแม่ที่เพิ่งเดินทางมาจากราชบุรีก่อน” นายโยธิน กล่าวนายพัฒน์ ทองเจริญพูนพร พี่ชายนายยุทธนา ทองเจริญพูนพร อายุ 23 ปี บอกว่า ยังตอบอะไรไม่ได้ ต้องปรึกษาแกนนำก่อน







