
ปูชี้โยกขรก.การเมืองตามความเหมาะสม
นายกฯระบุปรับตำแหน่งเลขาฯในกระทรวงต่างๆเป็นเรื่องปกติตามความเหมาะสม ยันยังไม่มีการปรับครม.
นายกฯระบุปรับตำแหน่งเลขาฯในกระทรวงต่างๆเป็นเรื่องปกติตามความเหมาะสม ยันยังไม่มีการปรับครม.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) ได้แต่งตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่แล้ว แทนนพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตโฆษกรัฐบาล ซึ่งจะไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ช่วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ
ทั้งนี้ เหตุผลในการเลือกนายธีรัตถ์ รัตนเสวี เพราะทำงานด้านข่าวและพิธีกรข่าว ประกอบกับนพ.ทศพร จะได้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น เพราะในส่วนการทำงานต่างประเทศต้องการคนที่เชื่อมต่อการให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์ และยืนยันว่าการปรับตำแหน่งนพ.ทศพรไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องผลงานที่ผ่านมา
“การทำงานหลากหลายกระทรวงถือเป็นข้อดี เพราะบางครั้งทำอยู่ส่วนเดียว จะได้ข่าวไม่ครบ และทางคุณหมอทศพรดูเรื่องโฆษกอยู่แล้ว ดังนั้น การทำงานในกระทรวงต่างประเทศเพื่อช่วยกันประสานงาน ซึ่งถือมีขอบข่ายกว้างขึ้น เพราะเป็นภารกิจสำคัญเช่นกัน”น.ส.ยิงลักษณ์กล่าว
ส่วนการปรับตำแหน่งเลขาในกระทรวงต่างๆ ถือเป็นปกติตามความเหมาะสม ซึ่งปกติแล้วการทำงานต้องมีการปรับเปลี่ยนกันบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในส่วนที่ไปรับภารกิจใหม่ได้ด้วย ส่วนการปรับครม.ยืนยันยังไม่มี เนื่องจากเพิ่งปรับไป ต้องรอสักพัก
สำหรับการประเมินการทำงานรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ทำหน้าที่ตามวาระ ที่มีหน้าที่รายงานต่อรัฐสภา เมื่อครบการทำงาน 2 ปี เมื่อถามย้ำว่า การทำงานครม.ชุดนี้ถือว่าทุกอย่างลงตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวทันทีว่า “ยังไม่มีปรับหรอกคะ อย่าเพิ่งถามนะคะ จริงๆช่วงนี้มีภารกิจต่างๆเยอะมากมาย อยากให้ทุกท่านร่วมกันแก้ปัญหาดีกว่า เพราะช่วงนี้ทำงานเยอะ ภารกิจเยอะ ฉะนั้น การปรับเปลี่ยนกลางคันช่วงนี้ อาจทำให้งานไม่ต่อเนื่อง”
ส่วนพ.ร.บ.ปรองดองและพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมือนมีความขัดแย้งกันอยู่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วถ้าดูในพ.ร.บ.ต่างๆแต่ละฉบับ เจตนารมรณ์อยากเห็นกระบวนการปรองดองเกิดขึ้นในประเทศ อย่างการดูแลผู้ที่มีผลกระทบ และทำอย่างไรให้ประเทศเดินไปข้างหน้า
“ถ้าถามความเห็นส่วนตัว อยากให้พ.ร.บ.นี้ไปหารือกันในสภา อะไรเป็นสิ่งที่หลายๆท่านเห็นด้วย คิดว่าเดินได้ ก็อยากให้เดินหน้า และอะไรที่เป็นข้อกังวลใจก็ควรหารือกันและชี้แจงให้เกิดความชัดเจนในสภา และสุดท้ายร่วมกันตัดสินใจที่จะมี”น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวและว่า ส่วนฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยนั้น ก็น่าจะใช้เวทีสภาในการเสนอความคิดเห็นและร่วมถก ซึ่งเชื่อว่าทุกคนจะเปิดใจที่จะรับฟังร่วมกัน เพราะว่าอะไรที่เดินหน้า ก็ควรจะให้ประเทศเดินหน้า
เมื่อถามว่า ถึงเวลาหรือยังให้ประเทศเดินหน้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า คือ เป็นเวลาที่มีการคุยบ้าง เพราะหากมีการค้างปัญหาทิ้งไว้ ก็จะเกิดความสั่งสมในใจ ทำให้ประชาชนอาจรู้สึกว่าไม่ได้รับความเอาใจใส่หรือความเป็นธรรม ซึ่งเอาข้อเท็จจริงต่างๆมาดูด้วยใจ ความเป็นกลางและใครได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่ากลุ่มไหน ก็ต้องดูแล จะได้ทำให้ทุกอย่างลดความกังวล ลดความแตกแยก หรือความคิดแตกต่างลดลงไป







