posttoday
จะสักกี่น้ำ

จะสักกี่น้ำ

21 พฤษภาคม 2556

แน่นอนครับ ประเด็นเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตากันมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ การอ่อนตัวของค่าเงินเยน ล่าสุดอ่อนตัวลงไปแตะ 103 เยนต่อเหรียญสหรัฐแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีใครกล้าพูดได้ชัดๆ ว่า เยนจะไปหยุดที่เท่าไหร่ ก่อนหน้านี้มีการเก็งกันว่าน่าจะไปหยุดที่แถวๆ 105 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ก็มีเสียงว่าเกินไปหรือเปล่า แต่ในวันนี้เยนเข้าใกล้ 105 เต็มทีแล้ว

แน่นอนครับ ประเด็นเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตากันมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ การอ่อนตัวของค่าเงินเยน ล่าสุดอ่อนตัวลงไปแตะ 103 เยนต่อเหรียญสหรัฐแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีใครกล้าพูดได้ชัดๆ ว่า เยนจะไปหยุดที่เท่าไหร่ ก่อนหน้านี้มีการเก็งกันว่าน่าจะไปหยุดที่แถวๆ 105 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ก็มีเสียงว่าเกินไปหรือเปล่า แต่ในวันนี้เยนเข้าใกล้ 105 เต็มทีแล้ว

ถือว่าเป็นความสำเร็จของนโยบายเศรษฐกิจแบบอาเบะโนมิกส์ ที่แม้ว่านายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ จะบอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาเป็นระลอกจากทั้งภาครัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้น จะมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืดในประเทศเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริง อาเบะโนมิกส์ นั้นน่าจะเป็นการแทรกแซงค่าเงินทางอ้อมเพื่อช่วยภาคเอกชนมากกว่า และก็ถือว่าญี่ปุ่นทำสำเร็จด้วย โดยที่ไม่มีใครต่อว่า ไม่ว่าจะจี20 หรือ จี7 หรือจะกี่จีก็ตาม

ทว่า ผลจากการทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่านั้น แน่นอนว่าหลายบริษัทญี่ปุ่นกำไรพุ่งพรวดกันทีเดียว ไม่ว่าจะโตโยต้า นิสสัน หรือโซนี่ ที่กลับมาทำกำไรกันได้บ้าง แต่ทว่าบางบริษัทที่ต้องนำเข้าอะไหล่จากต่างประเทศก็ต้องทนทุกข์เหมือนกัน เพราะการนำเข้านั้นมีราคา มีต้นทุนแพงขึ้น

อย่างเช่นบริษัท โตชิบา ที่ผลกำไรในช่วงไตรมาสแรกหายไป 62% เพราะการผลิตโทรทัศน์และจอโทรทัศน์ของโตชิบา ต้องนำเข้าอะไหล่จากสหรัฐ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

และที่น่าจับตามองกันก็คือ ญี่ปุ่นต้องการแก้ไขปัญหาเงินฝืด แต่กลับทำให้ค่าเงินเยนอ่อน ซึ่งไปลดพลังซื้อของคนญี่ปุ่นไป ในขณะนี้มีแต่ข่าวดีจากผลกำไรของภาคเอกชนที่เพิ่มมากขึ้น แต่ทว่าสำหรับตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อนั้นยังไม่มีการรายงานออกมาอย่างเป็นทางการ ว่าดัชนีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเฉียดเป้าที่ 2% แล้วหรือยัง

ตรงนี้แหละครับ ที่น่าจับตาดู เพราะลำพังขนาดที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่นแข็ง ทำให้คนญี่ปุ่นซื้อสินค้าโดยเฉพาะสินค้าอิมปอร์ตได้ถูกลง แต่คนญี่ปุ่นกลับไม่ค่อยจะซื้อกันอยู่แล้ว

ในขณะนี้ ค่าเงินเยนอ่อนลง คนญี่ปุ่นจะใช้จ่ายแพงขึ้น ก็น่าจะยิ่งเป็นการลดพลังซื้อของคนญี่ปุ่นลงเสียด้วย

นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังคงต้องนำเข้าสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะพลังงาน เพื่อนำมาทดแทนพลังงานนิวเคลียร์ที่สั่งระงับไปชั่วคราวนับตั้งแต่เกิดวิกฤตฟูกุชิมา เมื่อต้นปี 2011

ดังนั้น ญี่ปุ่นเลือกที่จะกดค่าเงินเพื่อช่วยเอกชน แต่กลับเป็นทางเลือกที่ไปหั่นพลังซื้อของคนญี่ปุ่นลง และยังทำให้ญี่ปุ่นเสี่ยงต่อการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น และแน่นอนที่สุด มาตรการอัดฉีดจากญี่ปุ่นนั้นจะทำให้รัฐบาลกรุงโตเกียวเป็นหนี้มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

อาเบะโนมิกส์ ไม่ใช่ยาผีบอกรักษาได้ทุกไข้แน่นอนครับ

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก