
แท็กซี่ร้องเอาผิดตร.ปากเกร็ดทำร้าย
คนขับแท็กซี่แจ้งความเอาผิดตำรวจปากเกร็ดทำร้ายหลังถูกจับไปสอบสวนคดีขโมยรถยนต์
คนขับแท็กซี่แจ้งความเอาผิดตำรวจปากเกร็ดทำร้ายหลังถูกจับไปสอบสวนคดีขโมยรถยนต์
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายสุริยัน เพชรลานนา อายุ 27 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ ชาว อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่รุมทำร้ายร่างกายตนเพื่อให้รับสารภาพในคดีลักรถยนต์ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนำใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลชลประทาน ปากเกร็ด พร้อมภาพถ่ายร่องรอยบาดแผลที่ถูกทำร้าย มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
นายสุริยัน กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุมีเพื่อนบ้านชื่อ นายแจ็ค ซึ่งเป็นช่างในอู่รถแท็กซี่เดียวกันว่าจ้างตนเป็นเงิน 2,500 บาท ให้ขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีขาว ทะเบียน สว 7952 กทม. ที่จอดอยู่ใต้ถุนอาคาร ซี 7 คอนโดมิเนียมเมืองทองธานี หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดย นายแจ๊ค อ้างว่ารถคันดังกล่าวเป็นของพรรคพวก นายแจ็ค ที่ถูกยืมมา ตนจึงนั่งรถกระบะมากับ นายแจ็ค เมื่อมาถึงทางเข้าคอนโดมิเนียมเมืองทอง นายแจ็ค ได้มอบกุญแจรถให้ ก่อนจะบอกตนให้นั่งรถแท็กซี่ต่อเข้าไปขับรถยนต์คันดังกล่าว โดยนายแจ็ค บอกให้ขับไปเจอกันในพื้นที่ จ.นครปฐม
นายสุริยัน กล่าวอีกว่า ระหว่างที่ตนเปิดประตูกำลังจะสตาร์ทรถก็มี พลทหารพิพัทธ์จง เตียรุ่งเรืองกิจ เข้ามาล็อดคอพร้อมทั้งเรียกให้ รปภ.มาช่วยจับ ซึ่งตนก็ยอมแต่โดยดี เพราะรู้สึกงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อมาตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สภ.ปากเกร็ด มารับตนไปดำเนินคดี เมื่อไปถึง สภ.ปากเกร็ด เจ้าหน้าที่ได้พาไปยังห้องๆ หนึ่งในโรงพัก แล้วจับล็อคกุญแจมือไพล่หลัง ก่อนเอาเชือกมัดมือ มัดเท้า และเอาผ้าปิดตา พร้อมทั้งรุมซ้อมและเอาถุงมาคลุมหัว บังคับให้ยอมรับสารภาพคดีลักรถ
“ผมทนไม่ไหว เพราะถูกซ้อมจนทรมานมาก หายใจไม่ออกคิดว่าต้องตายแน่นอน แต่ก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ ตำรวจจึงนำตัวไปขังไว้ในห้องขัง กระทั่งช่วงเช้าจึงรู้สึกปวด หายใจไม่ออก เลือดคั่งในตา และระบมไปทั่วร่างกาย จึงร้องให้ตำรวจหน้าห้องขัง ช่วยนำไปส่งโรงพยาบาล"นายสุริยันกล่าว
นายสุริยันกล่าวอีกว่า เมื่ออาการดีขึ้นก็ถูกเจ้าหน้าที่ นำตัวไปสอบสวนอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็มีญาติมาเยี่ยม เมื่อเห็นบาดแผลตามร่างกายด้วยความสงสาร ญาติก็รีบขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวนคัดค้าน โดยให้ไปประกันตัวที่ศาล เมื่อประกันตัวได้แล้ว จึงรวบรวมหลักฐานมาแจ้งความเอาผิดกับตำรวจที่ซ้อม
เบื้องต้น ทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ได้รับเรื่อง และสอบปากคำผู้เสียหายไว้ ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการต่อไป







