posttoday
ประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ยกน้ำเป็นวาระชาติ

ประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ยกน้ำเป็นวาระชาติ

20 พฤษภาคม 2556

ไทยประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ปิดประชุมผู้นำด้านน้ำ ชูยกเป็นวาระชาติให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการ "ปู"ชี้บริหารจัดการน้ำต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาค

ไทยประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ปิดประชุมผู้นำด้านน้ำ ชูยกเป็นวาระชาติให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการ "ปู"ชี้บริหารจัดการน้ำต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาค

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรี พร้อมด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) พาคณะผู้นำและรัฐมนตรีจากประเทศต่างๆที่เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 2 เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการด้านน้ำ ก่อนที่จะมีการประชุมระดับผู้นำ

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หารือประเด็นสำคัญต่างๆเกี่ยวกับความมั่นคงด้านน้ำและภัยภิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงแต่ความหวังจะเป็นจริงไม่ได้หากไม่ร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง

นายกฯได้ หยิบยกประสบการอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศไทยเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ รัฐบาลและประชาชนคนไทยต้องรวมพลังกันเพื่อเผชิญและฟันฝ่ากับมหาอุทกภัยที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย จนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่ก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้มาได้ด้วยความเป็นเอกภาพของประชาชนที่ร่วมใจกันทุกภาคส่วน

ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาศโดยการลงทุนในการจัดการน้ำทั้งระบบ โดยดำเนินการตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจัดการกับปัญหาด้านน้ำของประชาชนชาวไทย การดำเนินการดังกล่าวทำให้ได้รับความเชื่อมั่นทั้งชุมชน และภาคธุรกิจระดับโลกคืนกลับมา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าการบริหารจัดการน้ำต้องให้ความสำคัญ และดำเนินการสอดคล้องกันทั้งระบบ รวมทั้งไม่มีประเทศใดจัดการได้เพียงลำพังต้องสร้างพลังขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือที่ใกล้ชิดในระดังภูมิภาคและระดับโลก โดยไทยพร้อมมีบทบาทร่วมอย่างเต็มที่ โดยร่วมกันบริหารจัดการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สร้างระบบเตือนภัยที่แม่นยำ­ วางระบบป้องกันความเสี่ยงต่างๆ

“ดิฉันหวังว่าประเทศในเอเชียแปซิฟิก จะร่วมมือกับ ภูมิภาคอื่นๆในเวทีสหประชาชาติและเวทีอื่นๆเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยภิบัติน้ำ และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ เราต้องมั่นใจว่าประเด็นเหล่านี้จะถูกบรรจุไว้ในวาระการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ. 2015 และหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างเอเซียแปซิฟิกให้มีภูมิคุ้มกันต่อน้ำและภัยภิบัติที่ดียิ่งขึ้น”น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

ด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการบริการจัดการน้ำและอุทกภัยได้ประกาศปฏิญญาเชียงใหม่(Chiang Mai Declaration) สำหรับการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำฯ โดยมีสาระสำคัญว่า ผู้แทนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของน้ำต่อการดำรงชีพของมนุษย์ ทั้งความมั่นคงต่อสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจ และตระหนักถึงความจำเป็นในการรวมประเด็นน้ำเข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะภัยพิบัติด้านอุทกภัยและภัยแล้วซึ่งมีความรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น ขณะเดียวกันผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอาจจะเพิ่มความรุนแรงและความถี่ของสถานการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและอาจสูญเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามมีความห่วงใยประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กและกลุ่มประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลต่อผลกระทบจากภัยพิบัติที่สร้างความเสี่ยงหายสูง และเห็นความพยายามของรัฐและประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้บรรลุผล ทั้งนี้ จะเน้นการพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำ นักวางแผนบริหารและผู้กำหนดนโยบายในทุกระดับ และเน้นว่าสตรีมีบทบาทสำคัญในการจัดหาการบริหารจัดการและการพิทักษ์ทรัพยากรน้ำ อีกทั้งตระหนักว่าความยั่งยืนของการผลิตอาหารขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า เรายินดีปรับมติของการประชุมระดับผู้น้ำครั้งที่ 1 เมื่อปี 2007 ให้ประเด็นด้านน้ำและสุขาภิบาลขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ให้มีการจัดการน้ำและสุขาภิบาลอย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในระยะหลังปี 2015 เพื่อลดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินที่เกิดจากภัยธรรมชาติ

นอกจากนี้จะเร่งรัดแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและจะสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในหารรักษาทรัพยากรน้ำแบบดั้งเดิม พร้อมยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคในการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยจะให้ความสำคัญต่อการใช้ข้อมูล สารสนเทศในการพัฒนาระบบจัดการ เพื่อลดภัยพิบัติ เตือนภัย และสร้างชุมชนที่มีความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและบริหารเงินอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ การใช้น้ำเพื่อการบริโภค อุตสาหกรรม การเกษตรกรรม โดยจะปรับปรุงแก้ไขระบบชลประทานที่ใช้น้ำมากเกินไปให้มีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพและนำกลไกที่เหมาะสมมาใช้ในการลดมลพิษด้านน้ำ

นายปลอดประสพกล่าวอีกว่า จะมีการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างรัฐ เอกชนและภาคส่วนอย่างเหมาะสมในการจัดการน้ำและป้องกันแหล่งน้ำ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างสมเหตุสมผล

ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้องค์กรความร่วมมือด้านน้ำแห่งเอเชีย แปซิฟิกขับเคลื่อนแนวทางสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามมติ โดยเฉพาะการศึกษาประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติด้านน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการจัดตั้งระบบคลังข้อมูลด้านน้ำของภูมิภาคเอเชีย

ด้าน กุลวันท์ สิงห์ เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น แฮบิแทต) ระบุว่า บรรดาเมืองขนาดใหญ่ในเอเชียควรจะหันทุ่มเงินจำนวนมากในการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระบบทางไหลของน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ระบบการรีไซเคิลน้ำ และการกำจัดน้ำเสีย เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด และรองรับกับจำนวนประชากรที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

“การขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็วได้ไปเบียดบังการใช้ทรัพยากรน้ำ และจำกัดทางไหลของน้ำให้แคบลง ดังนั้นจึงทำให้พื้นที่ราบต่ำในหลายเมืองทั่วเอเชียเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมหนัก เช่นในกรณีน้ำท่วมของกรุงจาการ์ตา ในต้นปีที่ผ่านมา และน้ำท่วมใหญ่กรุงมะนิลาในปีที่แล้ว รวมไปถึงน้ำท่วมใหญ่ในบริเวณภาคกลางของไทยในปี 2011” กุลวันท์ สิงห์ กล่าวในระหว่างการประชุมความมั่นคงด้านน้ำ ที่ จ.เชียงใหม่

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากยูเอ็น ยังกล่าวต่อว่า การที่ระบบทางไหลของน้ำมีน้อยลงก็ยังส่งผลทำให้ แม้แต่ฝนที่ตกลงมาไม่หนัก ก็ยังสามารถสร้างปัญหาน้ำท่วมให้กับหลายๆเมืองได้อีกด้วย    

ทั้งนี้ รายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้ออกรายงานเตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่าทั้งๆ ที่ภูมิภาคดังกล่าวมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง    แต่ประชากร 2 ใน 3 ของเอเชียแปซิฟิกยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด เนื่องจากขาดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โครสร้างพื้นฐานก็ขาดแคลนทำให้การกระจายเพื่อให้คนการเข้าถึงน้ำสะอาดจึงทำได้น้อย 

ประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ยกน้ำเป็นวาระชาติ

 

ประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ยกน้ำเป็นวาระชาติ

 

ประกาศ"ปฏิญญาเชียงใหม่"ยกน้ำเป็นวาระชาติ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท