
เปิดข้อตกลงไทย-ลาวแก้แรงงานเถื่อน-ค้าชายแดน
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว นำคณะรัฐมนตรีสองประเทศเข้าประชุม ครม.ร่วมไทยลาวอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 2 จากนั้นทั้งสอง ประเทศได้ร่วมกันลงนามเอกสาร 3 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมการประชุม ครม.อย่างไม่เป็นทางการไทยลาว ครั้งที่ 2 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรไทยลาว และความตกลงว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การนำใช้ การบริหาร และการบูรณะรักษาสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (เชียงของห้วยทราย)
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว นำคณะรัฐมนตรีสองประเทศเข้าประชุม ครม.ร่วมไทยลาวอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 2 จากนั้นทั้งสอง ประเทศได้ร่วมกันลงนามเอกสาร 3 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมการประชุม ครม.อย่างไม่เป็นทางการไทยลาว ครั้งที่ 2 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรไทยลาว และความตกลงว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การนำใช้ การบริหาร และการบูรณะรักษาสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (เชียงของห้วยทราย)
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม สรุปดังนี้ ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงได้มีการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1.การรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน โดยจะร่วมมือตรวจตราสอดส่องและป้องกันการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่ออีกประเทศ หากพบเบาะแส หน่วยงานความมั่นคงจะแจ้งและประสานงานอย่างรวดเร็ว โดยไทยยืนยันนโยบายไม่ให้บุคคลใดใช้ประเทศไทยเป็นที่พักพิงหรือวางแผนก่อความไม่สงบหรือต่อต้านรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน 2.ความร่วมมือในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันเร่งรัดการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
3.การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยจะมีการยกระดับความร่วมมือในการป้องกันปัญหายาเสพติด ปราบปรามและนำส่งผู้กระทำความผิดและผู้หลบหนีการจับกุมลงโทษคดียาเสพติด โดยเห็นควรใช้ช่องทางติดต่อที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสั่งการได้อย่างรวดเร็ว 4.ความร่วมมือด้านแรงงานและการป้องกันการค้ามนุษย์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือป้องกันและปราบปรามการล่อลวงเด็กและสตรีเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ โดยฝ่ายไทยแสดงความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาแรงงานลาวผิดกฎหมายที่อาศัยอยู่ในไทย และพร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องการนำเข้าแรงงานลาวที่ถูกกฎหมายตามบันทึกความเข้าใจด้านการจ้างแรงงานไทยลาว โดย ครม.ไทยมีมติขยายเวลาดำเนินการของศูนย์ One Stop Service เพื่อให้การพิสูจน์สัญชาติแรงงานลาวออกไปอีก 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. 2556 ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าผ่านแดน
5.การอำนวยความสะดวกในการผ่านแดน โดยเฉพาะการดำเนินการเรื่องการตรวจปล่อยสินค้า ณ จุดเดียว หรือ Single Stop Inspection (SSI) และปรับปรุงพื้นที่จุดผ่านแดนและเส้นทางคมนาคมที่ต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการเดินทางผ่านแดนและความแออัดของการสัญจรบริเวณจุดผ่านแดนสำคัญ 6.การส่งเสริมการค้าไทยลาว
7.การใช้ประโยชน์ถนนหมายเลข 8 และ 12 เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนตามแนวเส้นทางทั้งสอง โดยฝ่ายไทยพร้อมส่งเสริมภาคเอกชนไทยให้ไปลงทุนบริเวณเส้นทางดังกล่าว และฝ่ายลาวจะปรับปรุงการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้เส้นทางให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงกับอนุภูมิภาค และระหว่างไทยลาวจีน เช่น การสร้างสะพานเชื่อมต่อทางรถไฟ (หนองคายท่านาแล้ง) เพื่อเชื่อมโยงกับรถไฟความเร็วสูงกับจีน ตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือใต้ และการประกาศเปิดจุดผ่านแดนถาวรไทยลาว 2 แห่ง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 19 พ.ค. 2556 ได้แก่ จุดผ่านแดนภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ โดยในส่วนของฝ่ายลาวจะยกระดับด่านท้องถิ่นบ้านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี เป็นด่านสากล หลังจากมีการก่อสร้างเสร็จในกลางปี 2557 และจุดผ่านแดนบ้านสบรวก จ.เชียงราย ซึ่งฝ่ายลาวได้เปิดด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว ไปเมื่อเดือน ก.ค. 2555
8.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว จะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างไทยและลาว รวมทั้งสนับสนุนการใช้ ACMECS Single Visa เพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ในภูมิภาคและอาเซียน ซึ่งไทยและกัมพูชาได้เริ่มโครงการนำร่องไปก่อนหน้านี้แล้ว







