
ช็อตต่อช็อตฝีมือช่างภาพญี่ปุ่นเหยื่อผู้สังเวยการเมืองไทย
รอยเตอร์สเผยภาพวิดีโอนาทีต่อนาทีฝีมือ ฮิโร มูราโมโตะ เหยื่อการเมืองไทย พร้อมนานาชาติยังคงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในไทย
รอยเตอร์สเผยภาพวิดีโอนาทีต่อนาทีฝีมือ ฮิโร มูราโมโตะ เหยื่อการเมืองไทย พร้อมนานาชาติยังคงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในไทย
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยภาพความยาว 7 นาที ซึ่งเป็นภาพถ่ายจากกล้องของ ฮิโร มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่นของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ผู้เคราะห์ร้ายตกเป็นเหยื่อการเมืองไทย
ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวเป็นภาพวิดีโอที่มูราโมโตะได้ถ่ายภาพนองเลือดที่เกิดขึ้นกลางท้องถนนที่แลกมาด้วยนาทีชีวิตของ|มูราโมโตะเอง แต่ทว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าภาพที่ปรากฏเป็นนาทีสุดท้ายของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้หรือไม่
รอยเตอร์ส ระบุว่า ภาพจากฝีมือของช่างภาพวัย 43 ปีคนดังกล่าว เต็มไปด้วยอารมณ์ของความหวาดกลัว ความตึงเครียด และความเศร้าสลด ที่เกิดขึ้นในระหว่างเหตุโศกนาฏกรรมทางการเมืองไทย หลังจาก 1 เดือนของการประท้วงโดยกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ต้องการต่อต้านรัฐบาลของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
มูรามาตะทำงานร่วมกับทางสำนักข่าวรอยเตอร์สมาเป็นเวลากว่า 15 ปี และเดินทางมาทำข่าวเหตุการณ์การประท้วงในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา และ เพียง 2 วันหลังจากการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเหยี่ยวข่าว มูราโมโตะ คุณพ่อลูกสองก็ต้องมาจบชีวิต โดยมีร่องรอยของกระสุนปืนพุ่งเข้าที่ทรวงอก และทะลุออกที่ด้านหลัง
ในรายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงเป็นฝ่ายที่ส่งกล้องถ่ายภาพของมูราโมโตะคืนกลับมาให้กับทางสำนักข่าว
ภาพถ่ายที่ปรากฏเริ่มถ่ายจากตำแหน่งที่ช่างภาพชาวญี่ปุ่นผู้เคราะห์ร้ายรายนี้กำลังยืนอยู่ด้านหลังเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีแผงของกำลังทหารอยู่ใกล้กับบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นภาพที่ต่างชาติอาจจะคุ้นตาในเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งร้ายแรงที่สุดในการเมืองไทยในปี 2535
ทหารพร้อมด้วยแก๊สน้ำตากำลังยืนจังก้า และมีปืนไรเฟิลที่ชี้ขึ้นฟ้า ภาพบรรยากาศดังกล่าวเคลื่อนไหวไปท่ามกลางเสียงห่ากระสุนที่ดังอย่างต่อเนื่อง ทหารนายหนึ่งชำเลืองมองมาที่เขาด้วยสายตาของความวิตกและเป็นกังวล
ในนาทีนั้นเองที่เกิดการระเบิดขึ้นที่ด้านหน้า บริเวณที่มูรามาตะยืนอยู่ ทำให้มีทหารอย่างน้อย 4 นาย ร่วงลงกองกับพื้น ท่ามกลางประกายไฟและควันที่คลุ้งไปทั่วบริเวณนั้น แต่ทว่ามีทหารสองนายพยายามประคองตัวเองและกะโผลก กะเผลกลุกขึ้น
รอยเตอร์ส บรรยายว่า ภาพที่ปรากฏต่อมาคือช่างภาพทีวีคนหนึ่งวิ่งอย่างลนลานตามมูราโมโตะไป ตามมาด้วยทหารอีกหลายนายที่ในมือยังคงประคองเกราะกันกระสุนอยู่ในมือเบียดเข้ามา ในนาทีนั้นทุกคนรวมทั้งมูราโมโตะเองก็กำลังถอยหนีเช่นกัน โดยมูราโมโตะพยายามเดินถอยหลังอย่างช้าๆ แต่ก็ยังคงบันทึกภาพจากกล้องในมือตัวเองอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ภาพที่ปรากฏต่อมาก็คือทหารนายหนึ่งนอนกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาที่เลื่อนลอย พร้อมบาดแผลที่เต็มไปด้วยเลือดบริเวณคอ โดยมีเพื่อนทหารกำลังปลดเสื้อเกราะกันกระสุนที่ปิดรอบลำคอออก
ตามมาด้วยภาพของทหารหลายนายกำลังลากแขนเพื่อนทหารนายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมด้วยปืนไรเฟิลก็ลากไปกับพื้น ตัดด้วยภาพของร่างที่ไร้การเคลื่อนไหวถูกลากออกไป
ยิ่งไปกว่านั้น กล้องของมูราโมโตะก็ยังจับไปที่รอยเลือดที่สะท้อนกับแสงไฟของถนนภายใต้ป้ายโฆษณาการจัดงานฉลองสงกรานต์ หนึ่งในเทศกาลที่เคยสร้างความสุขให้กับคนไทยและชาวต่างชาติมากที่สุดช่วงเวลาหนึ่ง
ในนาทีนั้นเองที่ทหารหลายนายกำลังวิ่งหนีและกล้องก็หันไปจับที่กลุ่มของคนเสื้อแดงที่ส่วนมากถือไม้ และบางคนก็มีเกราะกันกระสุนของทหารอยู่ในมือด้วย ท่ามกลางเสียงที่บางส่วนกำลังพูดด้วยอารมณ์เดือดพล่านมายังกลุ่มของเจ้าหน้าที่ทหาร บางส่วนขว้างวัตถุบางอย่าง ขึ้นในอากาศ
ท้ายที่สุดรอยเตอร์สก็กล่าวว่า ไม่มีใครในภาพที่สนใจกับกล้องที่กำลังกลิ้งไปมา
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 เม.ย. ยังมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ยูคิโอะ ฮาโตยามา ของญี่ปุ่น ยังได้แสดงความเสียใจต่อการจากไปของช่างภาพผู้เคราะห์ร้ายคนดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวว่า ตนเองได้เรียกร้องให้ทางการไทยพยายามที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับชาวญี่ปุ่นทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย และหยุดความวุ่นวายและการจลาจลภายในประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“มันเป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่งกับการเสียชีวิตของคุณมูราโมโตะ เราต้องการให้รัฐบาลไทยสืบสวนถึงสาเหตุการเสียชีวิต” ฮาโตยามา กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงโตเกียว ก่อนที่จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่กรุงวอชิงตัน
รายงานของสำนักข่าวเกียวโดนิวส์ ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ส่งจดหมายเป็นการส่วนตัวถึงนายกฯ ของญี่ปุ่นว่าจะจัดการสืบสวนเรื่องดังกล่าว
ส่วนมิตรประเทศอื่นๆ อย่างจีน และมาเลเซีย ต่างก็ยังคงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า อานีฟาห์ อามาน รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ล่าสุดแสดงความเป็นห่วงและกระตุ้นให้ทางรัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาอย่างสันติสุข
“ทั้งที่เป็นเรื่องยาก แต่มาเลเซียก็หวังว่าประเทศไทยจะยังคงพยายามหาทาง ออกในการแก้ปัญหาทางการเมืองอย่างสันติ และสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปกติผ่านการพูดคุยและการเจรจาต่อรองอย่างสันติ” อามาน กล่าว
อามาน ยังกล่าวเตือนให้ชาวมาเลเซียหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังพื้นที่ใกล้การชุมนุมในไทย และเฝ้าระวังตัวเอง แต่ทว่าได้กล่าวย้ำว่า พื้นที่บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียยังคงสงบและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
พร้อมกันนี้ทาง เจียวหยู โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ก็ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ภายในประเทศไทยเช่นกัน
“ในฐานะมิตรประเทศและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมจะกลับคืนสู่ความสงบสุขในไม่ช้า เพื่อที่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในไทยจะได้มีความมั่นคง เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และประชาชนก็จะดำรงชีวิตและดำรงอาชีพอย่างสงบสุข”
ไม่เว้นแม้กระทั่งสหรัฐ ที่ก่อนหน้านี้|มีแถลงการณ์ออกมาแล้วถึง 2 ฉบับ โดยเมื่อวานนี้ ฮิลลารี คลินตัน ได้ส่งสารแสดงความหวังว่าไทยจะใช้โอกาสของเทศกาลสงกรานต์วันปีใหม่ไทยในการสร้างความปรองดองภายในประเทศ







