posttoday
กรณ์เย้ยแม้วอัดธปท.ไม่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์

กรณ์เย้ยแม้วอัดธปท.ไม่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์

18 พฤษภาคม 2556

กรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ ทักษิณ อัดแบงก์ชาติเหตุ ปลด"ประสาร" ยาก เย้ย ไม่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ เรื่องประชาธิปไตยยังน่าห่วง อยากให้รบ.มีอำนาจทุกเรื่อง

กรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ ทักษิณ อัดแบงก์ชาติเหตุ ปลด"ประสาร" ยาก  เย้ย ไม่เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์  เรื่องประชาธิปไตยยังน่าห่วง อยากให้รบ.มีอำนาจทุกเรื่อง

กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij ตอบโต้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตัวเอง อัดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ทำตัวอิสระเกิดไป จนไม่ฟังรัฐบาล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งผิดกับญี่ปุ่น ที่ทำงานร่วมกันอย่างดีและเศรษฐกิจ กำลังไปได้สวย ว่า

" Wisdom ของ ทักษิณ !?"

"ปัญญาที่แท้จริงคือการรู้ว่าเราไม่รู้อะไรเลย" โซคราตีส
'The only true wisdom is knowing you know nothing' Socrates

คุณทักษิณเขียน FB อ้างกรณีญี่ปุ่น คิดอยากยกเลิกหลักความเป็นอิสระของแบงก์ชาติไทย แถมอ้างว่าที่เป็นอิสระนี้เป็นเพียงเพราะกฎหมายร่างในสมัยรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ

ความคิดและตรรกะที่คุณทักษิณอ้างว่าสะท้อน 'wisdom' หรือ 'ปัญญา' นั้นทั้งผิดทั้งอันตราย

ก่อนอื่นญี่ปุ่นนั้นมีการปฏิรูปกฎหมายของธนาคารกลางของเขา (BoJ) เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระจากรัฐบาลในปี 2540 ให้มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน 9 ท่าน ตอนประชุมทางรัฐบาลส่งคนไปสังเกตการณ์ได้แต่ลงคะแนนไม่ได้ ถึงแม้ความเป็นอิสระของ BoJ ยังน้อยกว่าธนาคารกลางที่ยุโรป แต่ก็ไม่ได้ถึงกับ 'ขึ้นกับรัฐบาล'

ประเด็นที่สำคัญคือ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นต่างกันฟ้ากับดิน เพราะก่อนหน้านั้นคนญี่ปุ่นไม่ยอมใช้เงิน ทาง BoJ จึงมีนโยบายพิมพ์เงินเพิ่ม เพื่อทำให้คนใช้เงิน และทำให้ค่าเงินลดลง BoJ ต้องเปลี่ยนนโยบายเพราะได้ลดดอกเบี้ยลงมาเหลือ 0% แล้วแต่ก็ไม่มีผล และราคาสินทรัพย์ประเภทต่างๆก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบ้านเราต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนใช้เงินเยอะมาก สินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นกว่า 10% หลายปีติดต่อกัน หนี้ครัวเรือนก็เพิ่ม ส่วนราคาสินทรัพย์ทุกประเภทขึ้นหมด คุณทักษิณก็พูดเองว่าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจนกลัวว่าจะเป็น 'ฟองสบู่' ดังนั้นจะให้แบงค์ชาติใช้นโยบายเหมือน BoJ ในการทำให้มีการใช้เงินเยอะขึ้นทำไม

ปัญหาคือคุณทักษิณไม่เข้าใจเศรษฐศาสตร์ดีพอ ที่บอกว่า 'GDP ไทยส่วนใหญ่มาจากการส่งออก' นั้นไม่ถูกต้อง เพราะการเอามูลค่าการส่งออกมาคำนวณ GDP นั้นต้องหักมูลค่าการนำเข้าออกก่อน และองค์ประกอบที่เป็น 'ส่วนใหญ่' ของ GDP ของประเทศไทยนั้น คือการบริโภคภายในประเทศเราเอง (ประมาณ 52% ของ GDP)

และถ้าเรามีนโยบายแบบญี่ปุ่น หนึ่งในผลที่จะตามมาคือกำลังซื้อของคนไทยที่หายไปจากค่าเงินที่ลดลง ถ้าเงินบาทอ่อนลงประมาณเท่ากับญี่ปุ่น สมมุติจาก29 บาทเป็น 40 บาทต่อดอลลาร์ ราคานํ้ามันก็จะเพิ่มจาก 29 บาทเป็น 40 บาทต่อลิตรทันที ผู้ส่งออกอาจจะชอบ แต่พี่น้องคนไทยตายหมด

ส่วนแบงก์ชาติเรานั้น การแก้กฎหมายในปี 2551 ความจริงได้นำไปสู่การลดอำนาจของผู้ว่าฯ เพราะได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมากำกับอีกชั้นหนึ่ง และมีประธานซึ่งรัฐบาลมีอิทธิพลในการแต่งตั้งสูงมาก จนเป็นเหตุให้หม่อมเต่าหลุดไป และเราได้ ดร.โกร่งมาแทน

นอกจากนั้นการแก้ครั้งนั้นก็ทำให้บทบาทของรัฐบาลในการร่วมกำหนดนโยบายการเงินมีความชัดเจนขึ้น คือทุกปีรัฐบาลจะเป็นผู้เห็นชอบการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่แบงก์ชาติเป็นผู้เสนอ แบงก์ชาติมีเพียงความเป็นอิสระในการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามเป้านั้น ดังนั้นเมื่อครม.อนุมัติเองแล้วจะมาว่าอะไรเขาอีก

ที่ผมว่าคุณทักษิณเป็นเดือดเป็นร้อนมากที่สุดน่าจะเป็นเพราะกฎหมายทำให้ปลดผู้ว่าฯตามอำเภอใจเหมือนข้าราชการคนอื่นๆไม่ได้ ก็คงมีแค่ประเด็นนี้ที่แทงใจคนที่ชินกับการมีอำนาจเหนือทุกอย่างคุมทุกคน

สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า นอกจากขาดความเข้าใจในหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยของคุณทักษิณยิ่งน่าเป็นห่วง คุณทักษิณมองการถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่าเป็น 'ประชาธิปไตยแบบ แค่นๆ' และอยากจะให้รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาดในทุกเรื่อง และให้วัดกันที่การเลือกตั้งทุกสี่ปีเท่านั้น

ไหนบอกชอบรัฐธรรมนูญ '40 ไงครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละครับคือ ต้นกำเนิดขององค์กรอิสระทั้งหลาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท