posttoday
รวบแก๊งงัดตู้เอทีเอ็มกรุงไทยฉก5ล้าน

รวบแก๊งงัดตู้เอทีเอ็มกรุงไทยฉก5ล้าน

18 พฤษภาคม 2556

รวบแล้ว 4 ใน 6 แก๊งงัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยศรีสะเกษกวาด 5ล้านบาท ขณะเตรียมหนีออกต่างประเทศ

รวบแล้ว 4 ใน 6 แก๊งงัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยศรีสะเกษกวาด 5ล้านบาท ขณะเตรียมหนีออกต่างประเทศ

พล.ต.ท. เชิด  ชูเวช ผู้บัญชาการภาค3 พร้อมกับ พล.ต.ต. พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเบญจลักษณ์ และชุดสืบจากภาค3 นำตัวนายวารุต ทองหยาด   น.ส.จันทร์เพ็ญ แสนทวีสุข นางจีรภา  สมคะเนย์  พร้อมกับ นายพิทักษ์ หรือ บ่าว หับลั่น  รวม 4 คน จาก 6 คนที่ร่วมกับงัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ข้างที่ว่าการอำเภอเบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เงินสดไปรวมทั้งสิ้น 4,950,000 บาทมาทำแผนประกอบคำสารภาพ ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวการจับกุม ให้ความสนใจมารอดูหน้าผู้ต้องหา และการทำแผนเป็นจำนวนมาก

 พล.ต.ท. เชิด  กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเบญจลักษณ์ ได้รับแจ้งว่าเป็นเหตุงัดตู้เอทีเอ็มและขโมยเงินสดทั้งหมดไป จำนวน 4,950,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภูธรจังหวัดศรีสะเกษ นำโดยพลตำรวจตรีพงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บังคับการ และชุดสืบภาค3 ร่วมกับชุดสืบ สภ.เบญจลักษ์ ได้เก็บรวบรวมหลักฐาน ประสานกับด่านตรวจทุกจุด จนในที่สุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค3 ได้ทำการตรวจจับ นายวารุต และภรรยาน.ส.จันทร์เพ็ญ ที่ด่านตรวจยาเสพติด ไม้พะยูงที่ด่านสีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยตรวจพบเงินเงินภายในรถยนต์กะบะอีซุซุดีแม็กที่ดำ หมายเลขทะเบียน บบ.1156 ชุมพร โดยตรวจพบเงินสดภายในรถ จำนวน 1,200,000 บาท สร้อยทองคำหนัก 22 บาท สมุดเงินฝากที่มียอดเงินฝากใหม่ๆ 600,000 บาทเป็นชื่อของน.ส.จันทร์เพ็ญ จึงนำตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม สุดท้ายให้การรับสารภาพว่าเงินที่ได้มาเป็นส่วนแบ่งในการงัดตู้เอทีเอ็มที่จังหวัดศรีสะเกษ

 จากนั้นได้ขยายผลโดยการนำไปจับกุมนางจีร อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 17 ต.เฉลียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมกับ นายพิทักษ์  อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่3 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพักรอในการเดินทางมาสมทบกัน ก่อนที่จะหลบหนีออกนอกประเทศชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวมตัวได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งริมถนนสายสระแก้ว – จันทรบุรี พร้อมรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส สีบอร์น หมายเลขทะเบียน กน.8267 สุราษฎร์ธานี พบเงินสดในบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาหลังสวน อีกจำนวน 600,000 บาท ทองรูปพรรณ 9 รายการ มีน้ำหนักรวม 22 บาท 1 สลึง และพบตั๋วจำนำของร้านทองเพชรสุวรรณ สาขาหลังสวน จังหวัดชุมพร มีน้ำหนักรวม 11 บาท ตรวจยึดไว้ นำตัวมาสอบสวนที่ภาค3 ทั้งหมดเป็นแก๊งงัดตู้เอทีเอ็ม

 ภายหลังจากการสอบสวนทราบว่ามีเพื่อนร่วมแก๊ง 6 คน วันนี้สามารถจับกุมได้ 4 คน นำมาตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มต้นจากการที่ นายวารุต และนายพิทักษ์ เข้ามาที่ตู้เอทีเอ็ม ทำการเป่าด้วยไฟแก๊ส จากนั้นงัดเอากล่องเงินออกจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย หอบข้ามสนามฟุตบอลหน้าที่ว่าการอำเภอไปข้ามรั่ว เดินทางลงป่าหญ้าด้านหน้าไปแกะเอาเงินออกจากกล่อง ทิ้งกล่องในพงหญ้ารกทึบ ทั้ง 3 กล่อง หอบเงินใส่เสื้อเดินทางไปขึ้นรถที่จอดรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง โดยรถยนต์ที่มีเพื่อนอีก 2 คนขับวนไปขนถังแก๊สที่นำมาเป่ากุญแจตู้ออกขึ้นกะบะรถไปด้วย และวนไปรับพวก

ขณะที่มีแฟนสาวทั้งสองคนนั่งดูเหตุการณ์บนรถตลอด คอยดูต้นทาง และเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวต่างๆ จากนั้นก็นำถังแก็สไปทิ้งลำห้วยตามาย ถนนสายกันทรลักษณ์ – อุบลราชธานี ห่างจากที่เกิดเหตุ 30 กิโลเมตรจากนั้นก็นำเงินไปแบ่งกันคนละครึ่ง เตรียมที่จะเพ่นออกไปพักผ่อนยังต่างประเทศ ผ่านจุดผ่านแดนจันทบุรี ไปเกาะกง กบดานสักพัก จากนั้นก็วางแผนเข้ามาไทยอีกครั้งเพื่อกลับบ้านที่สุราษฎรธานี เช่นเมื่อครั้งก่อนที่เคยงัดตู้เอทีเอ็มในจังวัดสุราษฎรธานีมาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน และหนีรอดมาได้

 ภายหลังจากทำแผนเสร็จแล้ว ได้นำตัวเข้าทำการควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเบญจลักษณ์ ก่อนที่จะส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ ให้วันพรุ่งนี้เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน