posttoday
แดงยิ่งเดือด ยิ่งบีบพรรคร่วมฯแน่น ปชป.

แดงยิ่งเดือด ยิ่งบีบพรรคร่วมฯแน่น ปชป.

13 เมษายน 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ถูกจับตาว่าจะตัดสินใจอย่างไรในภาวะตีบตันทางการเมืองขณะนี้

เพราะการเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองอย่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. โยนเผือกร้อนกลับไปให้รัฐบาล

สถานการณ์อึมครึมไร้ทางออกอย่างนี้ มีคำถามมากมายว่า 5 พรรคร่วมรัฐบาลยังจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ หรือเปลี่ยนขั้ว กระทั่งบีบให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เร่งยุบสภา

หลังเหตุการณ์ 10 เมษา ที่รัฐบาลซีกประชาธิปัตย์ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้จัดการรัฐบาลได้นัดพรรคร่วมหารือด่วนที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ในช่วงเช้าวันที่ 11 เม.ย.

ทว่ากลับไม่มีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลรายใดเข้าร่วม อ้างว่า ติดภารกิจต่างจังหวัด ทั้งที่แกนนำหลายคนยังอยู่ในกรุงเทพฯ

กระทั่ง สุเทพต้องยอมไปหารือนอกสถานในช่วงค่ำ ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน ของ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมชาติพัฒนา

นัดนี้ ระดับตัวจริงเสียงจริง เดินทางมาร่วมถกเครียดถึง “ทางออกเฉพาะหน้า” กันครบครัน

อาทิ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นิกร จำนง สมศักดิ์ เทพสุทิน ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี เนวิน ชิดชอบ โสภณ ซารัมย์ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง สุวิทย์ คุณกิตติ ฯลฯ

“ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงผลสรุปพรรคร่วมว่า มีมติให้ยื่นเงื่อนไขเจรจากับเสื้อแดงอีกรอบ โดยรัฐบาลพร้อมยุบสภาภายใน 6 เดือน หรือภายใน ต.ค.นี้

พร้อมทั้งมอบหมายให้ “บรรหาร ศิลปอาชา” ผู้มีบารมีพรรคชาติไทยพัฒนา ที่แนบแน่นกับ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นคนกลางประสานกลุ่มคนเสื้อแดง

ระหว่างนี้ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะประเด็นเขตเลือกตั้ง จากเขตใหญ่เป็น “เขตเดียวคนเดียว”

ทว่า คำพูดของชวรัตน์ไม่ตรงกับแกนนำชาติไทยพัฒนา นั่นคือ ผลหารือของพรรคร่วมไม่ได้กำหนดว่า ควรยุบสภาภายในกี่เดือน เพียงแต่ภารกิจสำคัญจากนี้ ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นตามกรอบของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ

แต่อีกสูตรในวงสนทนาเสนอว่า ให้อภิสิทธิ์ลาออกแล้วให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาชาติไทยพัฒนา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยคงสภาพ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิมไว้

หรือไม่ก็ดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

กระทั่งต่อสายถึงแกนนำเพื่อไทย สลับขั้วอำนาจปลดล็อกวิกฤต

...แต่ทั้งสองแนวทางเป็นไปได้ยาก

ด้านหนึ่งยังมีรายงานด้วยว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจาก 2 พรรค จะติดต่อไปยัง ทักษิณ หัวหน้าขบวนเสื้อแดงเพื่อหาทางออกให้ม็อบลง นำมาสู่ข้อเสนอที่ว่า รัฐบาลยอมยุบสภาใน 3 เดือน

จุดยืนของพรรคร่วมหลังเกิด “วิกฤตการณ์ 10 เมษา” ยังวนอยู่ในกรอบเดิมคือ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา เพียงแต่ร่นเวลาจาก 9 เดือนเป็น 6 เดือน หรืออาจจะ 3 เดือน

แน่นอนว่าเสื้อแดงที่ยืนกระต่ายขาเดียว ย่อมรับไม่ได้ ต้องยุบสภาทันทีและให้อภิสิทธิ์ ออกนอกประเทศ

การปลดล็อกวิกฤตของพรรคร่วมด้านหนึ่งสนับสนุนสภาพความเป็นรัฐบาลต่อไป ด้านหนึ่งสนับสนุนอภิสิทธิ์เดินหน้าบริหารประเทศเพื่อสร้างความสงบในบ้านเมือง

หัวใจหลักของพรรคร่วม ยังอยู่ที่ผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลักคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตเล็ก

เพราะวินาทีที่เสื้อแดงกำลังฮึกเหิมจากจำนวนศพ ทำให้พรรคร่วมรัฐบาล ที่ต้องสู้ศึกกับพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งในอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ต่างหวาดผวา กระแส “ศพ” ที่จะถูกปลุกปั่นนำมาใช้หาประโยชน์ทางการเมืองประจานรัฐบาลว่า เข่นฆ่า ประชาชน

จนคาดว่าหากปล่อยให้มี การยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ในบรรยากาศอนาธิปไตยที่ไม่มีใครฟังใครกันแล้ว ไม่เพียงแต่พรรคร่วมรัฐบาลจะถูกคุกคามต่อต้านจากคนเสื้อแดงไม่ให้ลงพื้นที่หาเสียงได้

เหนือกว่านั้น ระหว่างการหาเสียง เพียงแค่เพื่อไทยหยิบประเด็น “ศพ” อย่างที่แกนนำเสื้อแดงโหมประโคมบนเวทีโจมตี “นายกฯเปื้อนเลือด” ใครอยากเลือกพรรคการเมืองที่ร่วมสนับสนุนรัฐบาลฆาตกรก็ให้เลือกไป ใครอยากเลือกผู้บริสุทธิ์ที่ร้องหาประชาธิปไตยและสูญเสียชีวิตก็ต้องเลือกเพื่อไทย แล้วอย่างนี้มีหรือพรรคร่วมจะไม่หนาว

ทั้งที่เห็นได้ว่าการสูญเสียครั้งนี้มีกลุ่มนักรบดำ หรือนักรบโรนินที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล แกนนำฮาร์ดคอร์ของทักษิณ ระบุว่า เข้าไปช่วยคนเสื้อแดง ระดมยิงระเบิด ถล่มใส่ทหาร และกลุ่มร่วมด้วยช่วยกัน ที่มารุมกฐินใส่ทหารดังภาพที่ช่างภาพต่างประเทศบันทึกไว

ดังนั้น พรรคการเมืองต่างๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนโยบายหาเสียง แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แนวทางฟื้นฟูประเทศ

ตลอด 45 วันของการรณรงค์ จึงจะวนอยู่กับเรื่อง “ศพคนเสื้อแดง”

กระแสที่ถูกปลุกจนคลุ้มคลั่ง โดยที่กระบวนการพิสูจน์ยังไม่แล้วเสร็จตามขั้นตอน ทำให้พรรคร่วมขยาด หากกระโจนลงในสนามเลือกตั้งในกระแสแดงเดือด

ไม่ว่าบรรหาร หรือเนวิน ชิดชอบ แกนนำภูมิใจไทย เจอกระแสอย่างนี้ ไม่ต้องหวังจะได้เป็นพรรคขนาดกลาง ดีไม่ดีอาจกลายเป็นพรรคต่ำสิบ ขณะที่เพื่อไทยอาจได้รับเลือกถล่มทลายจากกระแส “10 เมษา”

ตัวช่วยที่ทำได้มากที่สุด คือ การแก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตเล็กที่ 5 พรรคร่วมมีมติให้เร่งแก้

นี่จึงต้องยึดลมหายใจให้นานเท่าที่ทำได้

ยิ่งเพื่อไทยบีบมากเท่าไร กระแสแดงคลั่งยังไม่หยุด

5 พรรคร่วมก็ยิ่งเหนียวแน่นกับประชาธิปัตย์ เพราะถ้าเลือกตั้งในช่วงกระชั้นชิดที่ข้อเท็จจริงเรื่องศพยังไม่ปรากฏ ...เพื่อไทยมาแน่พรรคเดียวตั้งรัฐบาลทันที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท