posttoday
บทวิเคราะห์คนเสื้อแดง (3) การแก้ปัญหาระยะยาว

บทวิเคราะห์คนเสื้อแดง (3) การแก้ปัญหาระยะยาว

13 เมษายน 2553

....นายศาสตรา

ไม่ว่าการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้จะจบลงในลักษณะใด ปัญหาต่างๆ จะยังยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการแก้ปัญหาระยะยาวที่รากฐานสำคัญของปัญหาได้

ปัญหารากฐานนั้นคือ ปัญหาช่องว่างในสังคมที่มีมากมาย ที่สำคัญได้แก่ 1) ช่องว่างของรายได้ระหว่างคนมั่งมีและคนยากจนที่นับวันจะถ่างกว้างมากขึ้น 2) ช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท แม้ปัจจุบันชนบทจะกลายเป็นเมืองมากขึ้น แต่ตามข้อมูลประชากรล่าสุด คนชนบทก็ยังเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ กล่าวคือ 60% ยังคงอยู่ในเขตชนบท อยู่ในเขตเมืองเพียง 40% และในเขตเมืองคนยากจนก็ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก 3) ปัญหาความไม่เป็นธรรมในแทบทุกองคาพยพของหน่วยงานของรัฐ เช่นในระบบยุติธรรมของประเทศทั้งระบบ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ ที่ปฏิบัติต่อคนยากจนและมั่งมีอย่างไม่เท่าเทียมกัน

4) ปัญหาการเลือกปฏิบัติในการจัดสรรทรัพยากร เช่น การจัดสรรน้ำที่ให้ความสำคัญกับคนเมืองและภาคอุตสาหกรรมมากกว่าเกษตรกรในชนบท 5) ปัญหาช่องว่างของระดับการศึกษา และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารระหว่างคนในเมืองกับคนชนบท และระหว่างคนมั่งมีกับคนยากจน เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาพ “สองนคราประชาธิปไตย” ตามทฤษฎีของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่สรุปว่า คนชนบทหรือคนในส่วนภูมิภาคเป็นคนตั้งรัฐบาล เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่จะได้รัฐบาลที่มุ่ง “หาเงินและหาเสียง” มากกว่ามุ่งแก้ปัญหาของประเทศ ผลที่สุดก็จะถูกล้มโดยคนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยแต่เสียงดังกว่า และรวมพลังได้

อันที่จริงสภาพ “สองนคราประชาธิปไตย” เป็นเพียงผล ซึ่งมีเหตุมาจากช่องว่างทางสังคมที่ทำให้อิทธิพลของเงินสามารถมีอิทธิพลครอบงำระบบเลือกตั้งแทบทั้งระบบ ตั้งแต่การตั้งพรรค การดึงดูดบรรดา “นักเลือกตั้ง” เข้าพรรค การหาเสียง การซื้อสิทธิขายเสียง การรักษาจำนวนเสียงในสภา ทำให้ประเทศตกอยู่ในระบอบธนาธิปไตย ภายใต้รูปแบบของประชาธิปไตยแบบตัวแทน ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่ และมุ่งแก้ปัญหาเพื่อคนส่วนใหญ่

ตราบใดที่ช่องว่างทางสังคมยังมีอยู่มาก เงินย่อมมีอิทธิพลครอบงำระบบการเมืองต่อไปเรื่อยๆ ทั้งในรูปแบบของการตั้งพรรคที่หัวหน้าพรรคคือนายทุนใหญ่ของพรรค การดูแลประชาชนในระบบอุปถัมภ์อย่างต่อเนื่อง การซื้อสิทธิขายเสียงในฤดูกาลเลือกตั้ง และปัจจุบันที่เพิ่มรูปแบบใหม่คือ การใช้เงินจัดการชุมนุมประท้วงและเรียกร้องทางการเมือง

ทั้งนี้ เป็นไปตามทฤษฎีแรงจูงใจของ อับราฮัม มาสโลว์ ที่แบ่งระดับการจูงใจเป็น 5 ระดับ ตามลำดับ คือ 1) ความต้องการพื้นฐานในชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย 2) ความต้องการความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน 3) ความต้องการการยอมรับในสังคม 4) ความต้องการชื่อเสียง 5) ความต้องการความสำเร็จสูงสุดในชีวิต

ตามทฤษฎีของอับราฮัม มาสโลว์ เงินควรจะมีบทบาทสำคัญเพื่อสนองความต้องการใน 2 ระดับแรกเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันที่ระบบทุนนิยมและบริโภคนิยมพัฒนาไปมาก ทำให้สามารถสะสมทุนได้ไม่จำกัด และสามารถใช้เงินเพื่อสนองความต้องการในอีก 3 ระดับได้มาก ทำให้เงินมีอิทธิพลต่อมนุษย์ได้มากกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะในสังคมไทยที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจหรือไม่ให้ความสนใจในเรื่องอุดมคติ จึงทำให้เงินมีอิทธิพลครอบงำคนทุกระดับได้มาก จากระบอบประชาธิปไตยกลายเป็นระบอบธนาธิปไตยเกือบสมบูรณ์แบบ

การที่กลุ่มคนเสื้อแดงสามารถระดมคนมาชุมนุมได้มาก แม้จะเกิดจากแรงจูงใจหลากหลาย แต่คงปฏิเสธมิได้ว่า ถ้าไม่มีเงินเป็นปัจจัยสำคัญแล้ว ย่อมรวมคนไม่ได้มากขนาดนี้ และย่อมไม่สามารถชุมนุมยืดเยื้อได้อย่างหนาแน่น เพราะในการชุมนุมของคนเสื้อแดงแม้มีการพัฒนามาจนเติบโตทั้งจำนวนและคุณภาพมากกว่าแต่ตอนเริ่มต้นมาก แต่ศักยภาพของบรรดาแกนนำยังเทียบไม่ได้กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมมาจากหลากหลายและแตกต่างทางพื้นฐานความคิดกันมาก จึงต้องการเวลาอีกพอสมควรในการหลอมรวม

การที่ผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้นายกฯ ยุบสภา ย่อมหวังผลว่า หากมีการยุบสภาจริง พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง เพราะมีความพร้อมทางการเงินมากกว่าพรรคอื่นๆ และเชื่อมั่นในฐานเสียงของตนเอง เพราะคนเสื้อแดงก็คือคนรักทักษิณ ซึ่งมีฐานมวลชนอันแน่นหนาและกว้างขวางกว่าพรรคอื่นๆ ทั้งหมด

แน่นอนว่า ถ้าเลือกได้พรรคประชาธิปัตย์ย่อมต้องการอยู่ในอำนาจจนครบวาระ เพราะย่อมเป็นโอกาสในการหาเสียงและคะแนนนิยมจากผลงานต่างๆ แต่ถ้ามีการเลือกตั้ง ย่อมมีโอกาสสูงที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย สามารถยึดอำนาจคืนได้โดยวิถีทางรัฐสภา ปัญหาจะหมุนกลับไปเหมือนการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ก็อาจเกิดกรณีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยข้ออ้าง “เพื่อความสมานฉันท์” ซึ่งประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อเหลืองก็จะประท้วงอีก ปัญหาจะวนเวียนไม่รู้จบ

การแก้ปัญหาของกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากการแก้ปัญหาเรื่องการชุมนุมเรียกร้องกดดันแล้ว จะต้องแก้ปัญหาระยะยาว

เป้าหมายสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนคนเสื้อแดงจากคนรักทักษิณ ให้เป็นคนรักประเทศไทยให้ได้

นี่เป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร ลำพังรัฐบาลย่อมไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน งานนี้จะต้องทำในระยะยาว ไม่สามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ