
เข้มมือฆ่าปลัดอบจ.ขอนแก่นหวั่นฆ่าตัวตาย
ตำรวจคุมเข้มรองผกก.หนองเรือ มือสังหารปลัดอบจ.ขอนแก่น หวั่นฆ่าตัวตาย
ตำรวจคุมเข้มรองผกก.หนองเรือ มือสังหารปลัดอบจ.ขอนแก่น หวั่นฆ่าตัวตาย
ตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย ตำรวจนครบาล และ ตำรวจภูธรขอนแก่น ควบคุมตัว พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม รอง ผกก.(ป.) สภ.หนองเรือ ผู้ต้องหาในคดียิง นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น จนเสียชีวิต เหตุเกิดหน้าบ้านพักขณะเตรียมตัวออกไปปฏิบัติงานที่ อบจ.ขอนแก่น เมื่อเช้าวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา มาทำการสอบปากคำภายในศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.เมืองขอนแก่น หลังมีการติดต่อเข้ามอบตัวที่กองบังคับการสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอให้ปากคำในชั้นศาลเท่านั้น แม้ว่าพนักงานสอบสวนจะแจ้งถึงหลักฐานที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธและไม่ให้ปากคำใดๆ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ทีมสอบสวนทำการสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยคืนนี้จะทำการฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งอาจจะแยกเป็นห้องเดี่ยวโดยไม่ปะปนกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุการณ์อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
“ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทำให้การที่จะนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นไม่สามารถที่จะกระทำได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจำเป็นจะต้องอายัดตัวและคัดค้านการประกันตัวและขออำนาจศาลกฝากขังรวม 84 วัน เพื่อให้การดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายครบถ้วนโดยทั้งหมด ในขณะที่การเข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น เนื่องจาก ผบก.สส.บช.น. นั้นเป็นอดีตนายเก่าของ พ.ต.ท.สมจิต จึงได้ประสานการติดต่อขอมอบตัว ขณะที่ภรรยาของผู้ต้องหานั้นทราบว่าหลังการกบดานที่ กรุงเทพฯได้แยกทางกัน เพราะหลังจากเกิดเหตุมีการทะเลาะกันอย่างบ่อยครั้ง” พล.ต.ท.กวี กล่าว
ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีโดยเฉพาะกับนายประพันธุ์ ศรีพิลัย นั้น เดิมติดต่อขอเข้ามอบตัวพร้อมกัน แต่อาจเกิดปัญหาขึ้นจึงทำให้ พ.ต.ท.สมจิต เข้ามอบตัวเพียงคนเดียว ทั้งนี้ชุดสืบสวน นำโดย พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 ยังคงลงพื้นที่ที่กรุงเทพฯ เพื่อเร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่เหลือ ในขณะที่พยานหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่นั้นจะสามารถที่เสนอต่อศาลเพื่อเอาผิดได้
ทั้งนี้ได้ตั้งข้อกล่าวหา พ.ต.ท.สมจิต 3 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตองไว้ก่อนซึ่งโทษถึงขั้นประหารชีวิต,มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ทั้งนี้เมื่อ พ.ต.ท.สมจิต ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้วจะมีคำสั่งในการให้เออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้การสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวเป็นไปอย่างครอบคลุมและชัดเจนมากที่สุด







